Skip to content →

Tag: transcription

Verbatim

ผมเพิ่งได้อ่านโพสต์ในบล็อก Language Log (Fluent disfluency) ที่พูดถึงว่า เวลาที่เราถอดบทพูดจากคำพูดที่พูดสดๆ (แบบที่ไม่ได้ร่างเตรียมไว้แบบสุนทรพจน์) โดยที่คงไว้ตามต้นฉบับทั้งหมด (verbatim) เราจะพบว่า ข้อความที่ถอดออกมา จะเต็มไปด้วยคำพูดไม่เต็มประโยค พูดแล้วแก้ หรือมีคำประเภทฆ่าเวลา เป็นเรื่องปรกติ

ข้อความในบล็อกเขาพูดถึงว่าอย่างนี้

[V]erbatim transcripts of spontaneous speech are often full of filled pauses, self-corrections, and other things that must be edited out in order to create what that commenter would count as a “coherent sentence”. And this is true even for people who have risen far in the world on the basis of their ability to impress others in spontaneous verbal interaction.

ผมอ่านแล้วเลยนึกถึงสมัยเรียนปริญญาตรี ที่มีโอกาสได้ทำวารสารนักศึกษาอันหนึ่ง (เรียกว่าเป็นวารสาร แต่ออกไม่ค่อยจะเป็นวาระเท่าไหร่ ผมเลยมักจะเรียกว่าเป็น อวารสาร เสียมากกว่า) ตอนนั้น เคยมีคนสอนว่า การเขียนบทสัมภาษณ์ สามารถ “ฆ่า” คนถูกสัมภาษณ์เอาได้ง่ายๆ เพราะคนส่วนใหญ่เวลาพูดให้สัมภาษณ์ ถ้าถอดมาแบบตรงๆ มันอ่านออกมาไม่รู้เรื่องหรอก อ่านแล้วกลายเป็นรู้สึกว่าคนนั้นพูดจาไม่รู้เรื่องเอาได้ง่ายๆ

(ขออภัยที่จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นใครเป็นคนสอนมา เป็นประเด็นที่ถูกยกขึ้นว่าระหว่างสนทนากัน)

2 Comments

Suvarnabhumi

ผมไม่แปลกใจ ที่ใครหลายคนจะมีภาพที่ติดในหัวว่า abc = ภาษาอังกฤษ เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่ มันเป็นภาษาตะวันตกภาษาแรกที่ได้รู้จัก และก็น่าจะเป็นภาษาเดียวที่รู้จัก ผมเองก็มีภาพในหัวแบบเดียวกันตลอดช่วงสิบปีที่ผมใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศภาษาเดียว และไม่ได้มีความสนใจที่จะรู้จักภาษาศาสตร์หรือสัทศาสตร์ในหัว (ทุกวันนี้ก็มีแต่ความสนใจ แต่ไม่มีความรู้อยู่ในหัว)

ปัญหาคือ มันไม่ใช่

(บางทีมันก็อาจจะเป็นจริงว่า Ignorance is bliss. เพราะถ้าไม่รู้ คงไม่ปวดหัวแบบนี้)

ผลที่เกิดจากความคิดว่า อักษรละติน = ภาษาอังกฤษ เป็นไปในสองทาง ทางแรกคือ เราพร้อมจะอ่านชื่อใดๆ ก็ตามที่เขียนด้วยอักษรละตินเหมือนอ่านภาษาอังกฤษ (ที่เป็นภาษาที่ระบบการเขียนไม่ได้สะท้อนอะไรเสียงเลย) อีกทางหนึ่งคือ เราพร้อมจะเขียนสิ่งใดๆ ในอักษรละตินตามอย่างภาษาอังกฤษ (หรือถ้าพูดให้ถูกคือ ตามอย่างที่เราคิดว่าภาษาอังกฤษเป็น ซึ่งก็ใช่บ้างไม่ใช่บ้าง)

ที่บางครั้งอาจจะน่าเซ็งกว่า คือคนที่เราคาดหวังว่าน่าจะเข้าใจบ้าง ดันส่งต่อความเชื่อแปลกๆ ซะอีก

2 Comments