Skip to content →

Tag: Thai

Suvarnabhumi

ผมไม่แปลกใจ ที่ใครหลายคนจะมีภาพที่ติดในหัวว่า abc = ภาษาอังกฤษ เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่ มันเป็นภาษาตะวันตกภาษาแรกที่ได้รู้จัก และก็น่าจะเป็นภาษาเดียวที่รู้จัก ผมเองก็มีภาพในหัวแบบเดียวกันตลอดช่วงสิบปีที่ผมใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศภาษาเดียว และไม่ได้มีความสนใจที่จะรู้จักภาษาศาสตร์หรือสัทศาสตร์ในหัว (ทุกวันนี้ก็มีแต่ความสนใจ แต่ไม่มีความรู้อยู่ในหัว)

ปัญหาคือ มันไม่ใช่

(บางทีมันก็อาจจะเป็นจริงว่า Ignorance is bliss. เพราะถ้าไม่รู้ คงไม่ปวดหัวแบบนี้)

ผลที่เกิดจากความคิดว่า อักษรละติน = ภาษาอังกฤษ เป็นไปในสองทาง ทางแรกคือ เราพร้อมจะอ่านชื่อใดๆ ก็ตามที่เขียนด้วยอักษรละตินเหมือนอ่านภาษาอังกฤษ (ที่เป็นภาษาที่ระบบการเขียนไม่ได้สะท้อนอะไรเสียงเลย) อีกทางหนึ่งคือ เราพร้อมจะเขียนสิ่งใดๆ ในอักษรละตินตามอย่างภาษาอังกฤษ (หรือถ้าพูดให้ถูกคือ ตามอย่างที่เราคิดว่าภาษาอังกฤษเป็น ซึ่งก็ใช่บ้างไม่ใช่บ้าง)

ที่บางครั้งอาจจะน่าเซ็งกว่า คือคนที่เราคาดหวังว่าน่าจะเข้าใจบ้าง ดันส่งต่อความเชื่อแปลกๆ ซะอีก

2 Comments

ว่าด้วยศัพท์บัญญัติ

ช่วงนี้กระแสเรื่องศัพท์บัญญัติกลับมาอีกรอบ หลังจากที่มีข่าวเรื่องราชบัณฑิตแสดงความเป็นห่วงการใช้ภาษาไทย และข่าวส่วนใหญ่ได้เจาะไปที่คำศัพท์หมวดเทคโนโลยี โดยเฉพาะคำว่าไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ในความหมายว่าอีเมล และคอมพิวเตอร์วางตัก ในความหมายว่าแล็ปท็อป

ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับศัพท์บัญญัติไปครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่มีการคุยเรื่องนี้ในวงเพื่อนผมระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการแปลคำศัพท์เฉพาะทางวิชาการ แต่ภายหลังผมก็ขี้เกียจไป ตอนนี้ก็เลยดูเป็นโอกาสอันดีที่จะเอาหัวข้อนี้กลับมาเขียนถึงอีกครั้ง

6 Comments

โทรศัพท์มือถือ

เป็นโทรศัพท์มือถือ (เรียกอีกอย่างว่าโมบาย, มือถือ หรือโทรศัพท์มือถือ) คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ -ทางวิทยุโทรคมนาคมสองใช้สำหรับข้ามเครือข่ายมือถือของสถานีฐานรู้จักเซลล์ไซต์มือถือแตกต่างจากโทรศัพท์ไร้สายแต่ให้บริการโทรศัพท์ภายในขอบเขตจำกัดผ่านสถานีฐานที่มั่นคงยึดติดอยู่กับที่ดินแถวเดียว เช่นในบ้าน หรือที่ทำงาน

มันจะช่วยทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และได้รับโทรศัพท์จากคนอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงเว็บไซท์ และเครือข่ายโทรศัพท์ ติดสินบน-แถวมือถือทั่วโลก มันเป็นเช่นนี้โดยการเชื่อมต่อกับเครือข่ายมือถือเจ้าของเครือข่ายมือถือโอเปอเรเตอร์คุณลักษณะ ของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือกุญแจก็คือว่ามันช่วยให้โทรศัพท์ แม้เมื่อผู้ใช้เคลื่อนที่ไปทั่วตะเข็บบริเวณกว้างผ่านกระบวนการที่เรียกว่า handoffหรือส่ง

2 Comments

ทดสอบ ThaiKeys for E72 บน E63

ในกลุ่มคนใช้โทรศัพท์มือถือโนเกียรุ่น E71 E63 และ E72 ต่างก็เจอปัญหาเดียวกันคือการพิมพ์ภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิมพ์สระ ปัญหาแรกคือ การพิมพ์สระนั้นจะต้องกดปุ่ม Chr หรือ Sym ในลักษณะเดียวกับการใส่สัญลักษณ์ (คล้ายๆ กับมือถือโนเกียที่มี numbad 12 ปุ่มทั่วไป) ซึ่งค่อนข้างเสียเวลา (แม้จะมีปุ่มแบบลื่นปื้ดแบบ E72 ก็ตาม อันนี้คนใช้เขาว่ามา) ปัญหาที่สองคือ บางทีเวลากดไอ้ปุ่ม Chr หรือ Sym เพื่อใส่สระเนี่ย มันกลับไม่มีสระใ้ห้เลือกใส่ ปัญหานี้จะเกิดขึ้นเป็นราย application ไป (จากการสังเกตโดยส่วนตัว เหมือนว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับ nonnative app เสียส่วนใหญ่)

เพื่อนร่วมคณะของผมที่ใช้ E72 และได้ไปมีตติ้งกับคนใช้ E72 มา เอามือถือเขามาให้ดูแล้วโชว์การใส่สระรูปแบบใหม่ โดยบอกว่า มีคนเขาเขียนโปรแกรมขึ้นมา แล้วมาแจกตอนมีตติ้ง เดี๋ยวจะปล่อยให้ดาวน์โหลดทีหลัง อาจจะใช้กับ มือถือลูกเมียน้อยอย่าง E63 ได้ด้วย

และตอนนี้มันก็ออกมาแล้ว โปรแกรม ThaiKeys for E72 โดยคุณนู๋เนย จากชุมชนผู้ใช้ E72 ผมก็ได้โอกาสเอามาทดสอบเสียที

ก่อนอื่น ในหน้านั้นมีวิธีการ ที่บอกให้ดาวน์โหลดมา แล้วเอาไป sign แล้วจึง install ได้ แต่ผมก็พบว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล ปรากฏว่ามีอีกวิธีหนึ่งที่ปรากฏในคอมเมนต์โดยคุณ pookij วิธีนี้ใช้ได้ครับ

จากการทดลองใช้บน E63 สรุปได้คร่าวๆ ดังนี้

  • คำสรุปที่น่าจะชัดเจนที่สุดคือ มันใช้กับ E63 ไม่ได้ครับ เวลากด Chr มันแสดงตารางขึ้นมาปกติ แต่จะสามารถกดได้จริงไม่กี่ตัว ตัวที่ไม่สามารถใช้ได้ เวลากดไปแล้วจะขึ้นตัวอักษรของคึย์นั้นตามปกติ ไม่ใช่สระ ทั้งหมดเป็นตัวที่อยู่ตรงกลางๆ (ในภาพด้านล่าง ตัวที่ใช้ไม่ได้คือตัวที่เน้นเป็นสีขาว ภาพแปลงจากภาพในหน้าดาวน์โหลดโปรแกรม)

  • การเปลี่ยนภาษาด้วย Shift+Chr ยังคงทำได้ตามปกติ แต่แบบ Chr+Space ก็ใช้ได้เช่นกัน (ใช้ E63 ใช้ชื่อปุ่ม Chr)
  • การเรียก Symbol dialog ปกติด้วย Shift ตามด้วย Chr ตามด้วย spacebar สามารถใช้งานได้
  • การเปิดปิดการใช้งานในหน้า UI สามารถใช้ได้

เดาว่าใน E71 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า E72 ก็น่าจะใช้ไม่ได้ เพราะระบบของ E71 กับ E63 ค่อนข้างเหมือนกันมากกว่า E72

2 Comments

ภาษาไทยบน full keyboard

คนที่ได้พบหน้ากันในช่วงที่ผ่านมาก็ได้ทักทายถึงสิ่งแปลกปลอมใหม่ของผม นั่นคือโทรศัพท์มือถือ Nokia E63 ที่เข้ามาแทนที่ Motorola L6 ซึ่งหมดสภาพไปเรียบร้อยแล้ว

Nokia E63 on my mousepad
Nokia E63 on my mousepad

หลังจากใช้มือถือเครื่องนี้มาได้ราวสองอาทิตย์ ผมพบว่า สิ่งเดียวที่ผมคิดถึงจาก Motorola L6 ที่แสนจะ lame เครื่องนั้นก็คือ การพิมพ์ภาษาไทยครับ

ถึงแม้ L6 จะแสนบอบบางขนาดวางแรงๆ ก็ดับได้ แถมสิ่งต่างๆ ดูแฟนซีแต่ใช้งานจริงแล้วไม่ productive แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เลวร้ายคือ การพิมพ์ภาษาไทย

ผังตัวอักษรภาษาไทยบน numpad ของ L6 จะแตกต่างจากมือถือบางยี่ห้อ ตรงที่พยัญชนะ 44 ตัว ถูกบรรจุอยู่ในปุ่มเพียงหกปุ่ม ไม่ใช่เก้าปุ่ม

แน่นอนว่า แบบนี้มีข้อเสียตรงที่ ปุ่มหนึ่งมีตัวอักษรเยอะขึ้น แต่สิ่งที่ดีกว่าคือ อีกสี่ปุ่ม (รวมปุ่ม 0) ถูกใช้สำหรับอักขระอื่นๆ เช่น สระ วรรณยุกต์ ทัณฑฆาต ซึ่งเมื่อเทียบกับโนเกียรุ่นเดิมๆ ที่จะต้องคอยใส่สัญลักษณ์เหล่านี้จากตารางทีละตัว ผมว่ามันก็ไม่เลวร้าย

ที่สำคัญ L6 มีระบบสะกดคำไม่แพ้ชาวบ้านเขาเหมือนกัน (แต่ Moto ไม่ได้ใช้ของ T9) และด้วยระบบสะกดคำนี่แหละ ที่ทำให้การพิมพ์ภาษาไทยบนเก้าคีย์ เร็วกว่าแบบคีย์บอร์ดเต็มเสียอีก

(เดี๋ยวจะเข้าใจผิด จริงๆ ถ้าใช้ระบบช่วยสะกดคำ ไม่ว่าจะใช้มือถืออะไรก็น่าจะเร็วกว่าทั้งหมด ไม่ใช่แค่ L6)

อะไรที่ทำให้ full keyboard ไม่ค่อยมีผลดีกับการพิมพ์ภาษาไทย

อย่างแรกคือ คนที่พิมพ์ภาษาอังกฤษบนคีย์บอร์ดแบบ Qwerty อยู่แล้ว สามารถปรับตัวมาได้ไม่ยากนัก เพราะผังตัวอักษรเหมือนกันแทบทั้งหมด แต่กับภาษาไทยมันไม่ใช่

เรื่องของเรื่องก็คือ บนคีย์บอร์ดมือถือเนี่ย เขายกมาเฉพาะส่วนของตัวอักษร ไม่รวมสัญลักษณ์ ดังนั้นก็จะมีแค่จาก Q ถึง P ในแถวบน จาก A ถึง L ในแถวกลาง และจาก Z ถึง M ในแถวล่าง

สังเกตอะไรมั้ยครับ (ลองดูคีย์บอร์ดจริงตรงหน้าประกอบ)

จะเห็นว่า อักษรภาษาไทย กระจายไปอยู่นอกคีย์เหล่านี้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นบนแถวตัวเลขด้านบนสุด หรือบริเวณสัญลักษณ์ทางขวา จะยัดเข้าไปยังไงล่ะ

ผมก็คือ ภาษาไทยบนคีย์บอร์ดมือถือก็ต่างออกไปไม่น้อยแล้ว ที่สำคัญคือไม่มีสระอยู่บนคีย์บอร์ด

แล้วใส่สระยังไง?

นึกถึง Nokia แบบเดิมๆ เลย ก็คือ กดใส่ทีละตัวจากตาราง

ลองคิดดูว่า เวลาพิมพ์แทบทุกคำ จะต้องใส่สระ โดยเลือกจากตารางทุกครั้ง มันจะไปเร็วได้ยังไง

นอกจากเรื่องคีย์บอร์ดภาษาไทยที่เซ็งๆ แล้ว เรื่องอื่นๆ ที่ดีและไม่ดีในความรู้สึกผมก็มี

Yay!

  • รองรับ wireless LAN แปลว่าสามารถใช้อินเทอร์เน็ตฟรีที่มหาลัยได้ (สังเกตว่าเดี๋ยวนี้ทวีตบ่อยขึ้น แต่จะเป็นภาษาอังกฤษ เพราะทวีตจากมือถือ) ในบรรดา budget smartphone บางอันเลือกตัด WLAN ออกไป ในขณะที่ E63 ตัด HSDPA (3G) กับ GPS ซึ่งน่าจะเป็นสองอันที่ผมใช้น้อยกว่าอยู่แล้ว
  • มีรูสำหรับหูฟัง 3.5mm (ดูใน Nay! ด้านล่างประกอบ)
  • มี microSDHC 1GB มาให้ในตัว
  • แดง!!!
  • ที่เหลือก็เรื่องความเป็น smartphone ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเข้าอินเทอร์เน็ต หรือระบบ organiser ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นระดับนึง

มาส่วน Nay!

  • ไม่มี headset มาให้ มีมาแต่หูฟังธรรมดา (เข้าใจว่าเดี๋ยวนี้เขาใช้กันแต่ Bluetooth headset แต่ผมก็ชอบแบบสายนะ สะดวกดีเวลานอนคุยเงียบๆ) ซึ่งไอ้หูฟังธรรมดามันก็ไม่ได้น่าใช้ฟังเพลงตรงไหน
  • จุกปิดรูหูฟัง ไม่ติดกับตัวเครื่อง! เวลาใช้งานก็ต้องถอดจุกออก แล้วเก็บไว้ซักที่ อ่านในรีวิวทุกสำนัก พูดถึงอันนี้หมดว่าเป็นปัญหา เลยไม่รู้ว่า โนเกียไม่ได้คิด หรือตั้งใจประหยัด หรือตั้งใจทำให้ดูราคาถูก (เพราะเป็นรุ่น budget)
  • category ในเมนูปวดหัวดี ได้ยินว่าเป็นปัญหาของ Symbian โดยทั่วไป
  • ไม่มีสาย cable สำหรับต่อคอมพิวเตอร์มาให้ ลดต้นทุนมาก (ยังดีมีของแม่อยู่)
8 Comments

ทำไมชื่อหนังภาษาไทยถึงต้อง…

ยังครับ บล็อกนี้ยังไม่ได้กลายเป็นบล็อกภาพยนตร์ ถึงแม้ว่าตอนนี้แท็กเรื่องภาพยนตร์จะมากที่สุดในบล็อกนี้ก็ตาม

วันนี้ผมซื้อดีวีดีภาพยนตร์มาสามเรื่องครับ เป็นสามเรื่องที่ “คัด” มาในระดับหนึ่งจากหลายๆ เรื่องที่หยิบเข้าหยิบออกในตะกร้า (ด้วยความจำกัดในงบประมาณ) ผมดูไปแล้วสองเรื่องคือ “พลอย” ภาพยนตร์ไทยของเป็นเอก รัตนเรือง และ My Blueberry Nights ของหว่องกาไวที่พี่เมย์ (KUS29) แนะนำมาเมื่อหลายเดือนก่อน ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้ดูคือ Evita

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ

ประเด็นในวันนี้คือ ผมรู้สึกไม่ชอบชื่อภาพยนตร์ที่แปล (?) มาเป็นภาษาไทยเลยครับ

My Blueberry Nights มีชื่อฉบับภาษาไทยว่า 300 วัน 5,000 ไมล์ ห่างไกลไม่ห่างกัน หลายคนในเน็ตบอกว่าเป็นชื่อที่โรแมนติกดี แต่ผมไม่รู้สึกอย่างนั้นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่โรแมนติกเลย เมื่อเทียบกับชื่อต้นฉบับว่า My Blueberry Nights (ส่วนมันหมายความว่ายังไง ไปหามาชมกันเอาเองครับ)

สำหรับผม ชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์ต่างประเทศหลายๆ เรื่อง ดูจะเป็นเหมือน “สร้อย” หรือ ชื่อรอง มากกว่าที่จะเป็นชื่อของผลงานอะไรได้สักชิ้นจริงๆ ที่สำคัญคือ ชื่อภาพยนตร์แต่ละเรื่องฟังดูคล้ายๆ กัน จนขาด identity ของหนังแต่ละเรื่องไปเลย

ลองมาดูกันเอาเองครับ นี่คือรายชื่อภาพยนตร์จำนวนหนึ่งที่ออกฉายในปี 2551 ที่ผ่านมา

  • จอมยุทธ์พลิกล็อค ช็อคยุทธภพ
  • กั๊กใจให้เพื่อนเลิฟ
  • กู้วิกฤติมหานครใต้พิภพ
  • ขบวนการฮีโร่ป่วนโลก
  • พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก
  • คู่นักฆ่าตะลุยมหานคร
  • คุณหมาไฮโซ โกบ้านนอก
  • ดาราประจัญบาน ท.ทหารจำเป็น

(ที่ยกมา ยังไม่ได้ดูสักเรื่องเลยครับ)

พูดจริงๆ คือ เป็นเรื่องที่ยากที่จะเกิดกับนิยาย ไม่ว่าจะเป็นนิยายไทยหรือนิยายแปล ที่จะใช้ชื่ออะไรแบบนี้ได้แน่ๆ แล้วทำไมถึงเป็นไปกับภาพยนตร์ได้ละ

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นในกลุ่มคนรอบตัวผมหรือเปล่า แต่ชื่อเหล่านี้ดูไม่มีทางเป็นชื่อที่เป็นที่จดจำหรือติดหูเลยแม้แต่น้อย

ถ้าเอาการตั้งชื่อแบบนี้ ไปตั้งชื่อหนังสือ จะได้ออกมาเป็นอย่างไรนะ

“คู่กรรม” คงกลายเป็นอะไรอย่าง “ลิขิตรักเย้ยสงคราม”

“อาร์ทิมิส ฟาวล์” คงเป็น “โคตรเด็กอาชญากรอัจฉริยะ”

มาประกวดกันดีกว่า ใครจะตั้งชื่อได้เก่งกว่ากัน…

7 Comments