Skip to content →

Tag: standard

กระทู้ร้อน Document Format

กำลังมีกระทู้ร้อนอยู่ในพันทิปครับ (ไม่ได้อ่านเป็นประจำหรอก แต่ก็บังเอิญเห็น) ว่าด้วยเรื่อง format เอกสารสำหรับการส่งวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เนื่องจากกระทู้ยาวมาก และเห็นคนหลงประเด็นไปก็เยอะมาก ก็เลยอยากจะลองเอามาสรุปให้ย่อยง่ายดู

  1. พื้นฐานที่สุดเลย  format ที่พูดถึงในกระทู้ หมายถึง format ทางดิจิทัล พวกรูปแบบไฟล์ต่างๆ ไม่ใช่รูปแบบหน้าเอกสาร (โอเค มีเรื่องฟอนท์ที่เกี่ยว แต่ก็เป็นประเด็นรองกว่า และไม่ได้ตั้งใจโจมตีนโยบายเรื่องการจัดหน้าของวิทยานิพนธ์แต่อย่างใด)
  2. ประเด็นที่ถูกยกขึ้นมา คือเรื่องการต้องส่งงานเป็นไฟล์ .doc ของ Microsoft Word 2003 โดยใช้ฟอนท์ Angsana New
  3. in contrary to popular belief, Microsoft Word ไม่ใช่ทั้ง (1) ของฟรี ไม่ว่าจะความหมายในบัญชีหรือเศรษฐศาสตร์ก็ตาม (2) โปรแกรมชนิดเดียวที่ใช้ในการจัดเอกสาร โดยเฉพาะเอกสารวิชาการ ถึงแม้ว่ามันจะครองตลาด word processor สูงมากก็จริง แต่ถ้านับ LaTex เข้ามาด้วย LaTex เป็นรูปแบบการทำงานที่มีจำนวนผู้ใช้อย่างมีนัยสำคัญในแวดวงวิชาการสากล
  4. in contrary to popular belief เช่นกัน ฟอนต์ Angsana New เป็นฟอนต์ลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์ และไม่ได้เป็นฟอนต์เดียวที่ดู “เรียบร้อย”
  5. ประเด็นสำคัญคือ ทั้งการบังคับรูปแบบไฟล์ และการบังคับฟอนต์ นำไปสู่การบังคับให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเพียงระดับเดียวในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เพราะทั้ง Office 2003 และฟอนต์ Angsana New ใช้ได้เพียงบนวินโดวส์ อันแรกในเชิงเทคนิค อันที่สองในเชิงกฎหมาย (note: ถึงแม้ว่าวินโดวส์จะครองส่วนแบ่งการตลาดสูงมาก แต่ก็ยังไม่ใช่สินค้าเดียวที่มี significant number of users)
  6. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ (ครั้งสุดท้ายที่ดู รู้สึกว่าม.เกษตรจะยังเป็นนะครับ) ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะบีบบังคับให้ประชาชนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตเพียงรายใดรายหนึ่ง (อีกครั้งว่า ไมโีึีครซอฟท์ไม่ใช่ผู้ผลิตรายเดียว) เพราะเป็นการผิดบทบาทของรัฐที่ควรสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันในตลาด ไม่ใช่การผูกขาด (อธิบายให้ละเอียดขึ้นคือ เอกชนจะใช้อะไรก็ใช้ไป หน่วยงานรัฐจะใช้อะไรเป็นการภายในก็ใช้ไปก็ยังรับได้ แต่ส่วนที่ติดต่อกับประัชาชน ไม่ควรมาบีบให้ประชาชนต้องใช้เพียงรายเดียว)
  7. ถ้าจะให้ขยายความปัญหา ก็จะบอกว่า หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็พยายามพัฒนาหรือส่งเสริมการใช้มาตรฐานที่ไม่อิงกับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ทั้งการสนับสนุนซอฟต์แวร์เสรี ไหนจะมีฟอนต์ที่ดูดีสวยงามเรียบร้อยและไม่ติดลิขสิทธิ์ใครให้ใช้งานได้ฟรี แต่หน่วยงานรัฐหน่วยอื่น กลับห้ามใ้ช้ ช่างเป็นการทำงานของหน่วยงานรัฐที่มีประสิทธิภาพเสียนี่กะไร
  8. การไม่ยึดติดกับไฟล์ Word ไม่เท่ากับว่า จะต้องไปยึดกับอย่างอื่นอย่าง .odt แทน ตัวเลือกที่เป็นไปได้คือ ยอมรับมากกว่าหนึ่งอย่าง นั่นคือ ใครอยากใช้ Microsoft ก็ใช้ไป แต่ก็มีทางเลือกอื่นที่เป็นมาตรฐานสำคัญด้วย อีกตัวเลือกหนึ่งคือ ใช้รูปแบบไฟล์ที่ สร้างง่าย สร้างได้จากทุกระบบ และเปิดได้จากทุกระบบโดยมีโอกาสผิดเพี้ยนต่ำมาก ซึ่งก็คือ PDF (ซึ่งไม่ควรมีใครในด้านวิชาการไม่รู้ไฟล์ประเภทนี้) ซึ่งลักษณะจำกัดของ PDF คือ แก้ไขไม่ได้ (การแก้ไขไม่ได้นี่แหละ ทำให้มันไม่เพี้ยน ! เพราะถ้าแก้ได้ก็มีโอกาสเพี้ยน) คำถามคือ แล้่วส่งวิทยานิพนธ์ไป คนอ่านต้องการความสามารถในการแก้ไขได้จริงๆ หรือ?

ความคิดเห็นส่วนตัว

ผมเองเคยคิดเรื่องแบบนี้มาพอสมควร และคิดจะเขียนบทความเรื่องการส่งเสริมการผูกขาดของภาครัฐจากเรื่องแบบนี้ด้วย (เคยพยายามลองเปิดกฎหมายเกียวกับ anti-competition ของไทย แต่หามาตราที่เกี่ยวข้องไม่เจอ)

สำหรับผม หน่วยงานรัฐอาจสามารถเลือกใช้งานจากเอกชนรายใดรายหนึ่งได้ โดยเลือกวิธีที่ efficient ที่สุดในการทำงาน แต่ในส่วนที่ติดต่อกับประชาชน ผมเห็นว่าไม่สมควรที่จะบังคับให้ประชาชนต้องเลือกตามหน่วยงานรัฐในแง่ที่ว่า ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกันเป๊ะๆ นั่นคือ หน่วยงานรัฐอาจทำสื่อเป็น CD แต่ไม่ควรทำ CD ที่เปิดได้กับเฉพาะเครื่องเล่นของบริษัทเดียว เช่นเดียวกัน หน่วยงานรัฐอาจรับสื่อจากประชาชนเป็น CD แต่ไม่ควรเป็น CD ที่ผลิตได้จากเครื่องเขียนแผ่นของบริษัทเดียว หรือไม่ควรเลือกรับเฉพาะรูปแบบที่จำกัด (อย่างถ้าหน่วยงานรัฐบอกว่า จะรับภาพโดยใส่ MemoryStick ของ Sony มา แล้วคนใช้ยี่ห้ออื่นๆ ล่ะครับ?)

ในกรณีนี้ มันเหมือนกับว่า มหาวิทยาลัย ฮ. บังคับให้นิสิตนักศึกษา เขียนข้อสอบด้วยปากกายี่ห้อหนึ่ง สมมติว่าชื่อ A สมมติต่อไปอีกว่า ปากกายี่ห้อนี้ ราคาแพง แต่มหาวิทยาลัยซื้อมาให้ใช้ฟรี แล้วบอกว่า เพราะหมึกของปากกายี่ห้อ A เท่านั้น ถึงจะเข้าเครื่องอ่านข้อสอบของมหาวิทยาลัยได้ (สมมติอีกว่ามหาวิทยาลัยใช้ หรือจะสมมติแบบน่าเกลียดกว่านั้นหน่อย ก็บอกว่า อาจารย์มหาวิทยาลัย ฮ. ไม่สามารถอ่านหมึกจากปากกายี่ห้ออื่นได้)

ถามว่า มัน efficient จริงๆ หรือ? และความง่ายในฝั่งมหาวิทยาลัย คุ้มหรือเปล่ากับการทำลายการแข่งขันในตลาด? (ซึ่งต้องมองอีกว่า ตลาดนี้ แข่งขันหรือผูกขาดแล้ว efficient กว่า โดยส่วนตัวผมยังมองว่า ถึงตลาดนี้จะมีลักษณะ natural monopoly อยู่บ้าง แต่การพัฒนาในตลาดเบราว์เซอร์อย่างก้าวกระโดดหลังสงครามเบราว์เซอร์รอบสอง สนับสนุนมุมมองฝั่งการแข่งขัน) และนอกจากมองด้าน efficiency แล้ว หากมองด้าน distribution หรือ fairness ถามว่าการทำอย่างนี้ ยุติธรรมหรือเปล่า์?

หมายเหตุ: มีเรื่องนึงติดใจมากเลยครับ ผมว่าการยอมรับการละเมิดลิขสิทธิ์น่ะเรื่องนึงนะครับ แต่การพยายามส่งเสริมโดยรัฐหรือการมองความพยายามแก้ปัญหาเป็นเรื่องงี่เง่า (โดยไม่ได้มีเหตุผลนอกจากว่า ก็แล้วจะทำไม — ถ้าเป็นอย่างพวก Pirate Party ผมยังมองได้ว่าเป็นด้าน ideological) เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ

หมายเหตุ 2: ผมอาจจะ bias เพราะผมเองก็ไม่ใช่ Microsoft Office ในเครื่องของตัวเอง แต่ผมไม่คิดว่าการใช้เป็นเรื่องงี่เง่า และผมก็ยังยอมรับว่ามันดีกว่าในหลายๆ ด้าน (ที่ไม่ใช่ bandwagon effect) สาเหตุที่ผมไม่ใช้ สามารถสรุปด้วยคอนเซปต์ cost-benefit analysis ได้โดยง่ายว่า ผมไม่ใช้เพราะ marginal benefit < marginal cost (โดยตัดตัวเลือก piracy ที่ผมหลีกเลี่ยงออกไป ซึ่ีงถ้าเอามาคิด จะทำให้การตัดสินใจนี้ irrational ทันที แต่ consumer ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลนี่?)

19 Comments

ว่าด้วยภาษาและการสะกด

เคยมีเพื่อนคนหนึ่งพูดกับผมว่า ผมมักจะใส่ใจในรายละเอียดที่คนอื่นเขาไม่ใส่ใจกัน

ยังไงน่ะเหรอ?

เวลาจะพิมพ์งานส่ง ผมจะใส่ใจมากกับความสม่ำเสมอและความสวยงามของหน้าเอกสาร หรืออย่างล่าสุดที่เพื่อนต้องการรูปตอนเด็กไปทำกิจกรรม ผมพยายามนั่งค้นหาฟิล์มไปอัดรูป เพราะเอารูปที่อัดแล้วไปสแกนเพื่ออัดใหม่ จะได้คุณภาพของภาพที่ไม่ดี (แต่สุดท้ายก็หาไม่เจอ)

เรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกใส่ใจค่อนข้างมาก คือเรื่องการสะกดคำ (จริงๆ เรื่องนี้คนจำนวนมากก็ใส่ใจ แต่ในขณะเดียวกันคนจำนวนมากก็ละทิ้งไปเลย)

มันอาจจะดูน่าแปลกอยู่บ้าง กับคนที่ไม่นิยมธรรมเนียมประเพณี ที่จะมานั่งใส่ใจกับภาษาวิบัติ ซึ่งจริงๆ นั่นก็ไม่ใช่จุดที่ผมใส่ใจ จะเห็นได้ว่า ภาษาที่ผมใช้ก็ไม่ใช่ภาษาที่ดีเท่าไหร่นัก เต็มไปด้วยภาษาพูด (“เท่าไหร่” “ยังไง”) การใช้วรรคตอนก็ไม่ยึดตามราชบัณฑิตฯ (ราชบัณฑิตเขาบอกว่า เครื่องหมาย “ๆ” จะต้องวรรคทั้งหน้าและหลัง) แถมยังใช้ไทยคำอังกฤษคำอยู่เป็นประจำ (อันนี้พยายามหลีกเลี่ยงอยู่ ที่เห็นเขียนมาได้เป็นภาษาไทยทั้งหมด บอกได้ว่า หลายคำผ่านการแปลมาแล้ว -ฮา) และชอบใช้วงเล็บอย่างมากเกินความจำเป็น (เห็นๆ กันอยู่)

แล้วจริงๆ ผมใส่ใจเรื่องอะไรล่ะ? (แปลจากคำว่า “แคร์”)

ถ้าให้ผมดูตัวเอง ผมคิดว่า สิ่งที่ผมใส่ใจมากกว่าคือ การทำให้เป็นมาตรฐาน และความสม่ำเสมอ (แปลจาก standardisation กับ consistency) ซึ่งผมเห็นว่า สำคัญมากในการติดต่อกับคนอื่น

อันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นความนิยมของผมเอง ที่บ้าความสม่ำเสมอในเรื่องนี้ (คือ คนเขียนอาจจะไม่ผิด แต่ผมไม่ชอบ) กับอีกส่วนหนึ่งก็มีเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกว่า มันไม่ดี

ลองนึกดูว่า คุณบอกระยะทางว่า เดินไป 50 ก้าว คำถามคือ แล้วก้าวใครวะ? ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีหน่วยวัดอย่าง เมตร ขึ้นมา (แล้วลองนึกดูว่า ถ้า หนึ่งเมตร ของแต่ละคน ไม่เท่ากัน จะเกิดอะไรขึ้น)

เนื่องจากภาษาเป็นเครื่องมือในการติดต่อกับคนอื่น มันเลยจำเป็นที่จะต้องเป็นมาตรฐาน ทุกคนจะได้เข้าใจตรงกัน

สิ่งที่ทำให้การใช้คำถูกความหมายเป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ

ส่วนเรื่องการสะกดคำ อธิบายได้ว่า ปกติคนเราจะไม่ได้นั่งประสมหน่วยเสียงกันตลอดเวลาครับ เราอาศัยความเคยชินที่ทำให้เราอ่านได้อย่างรวดเร็ว

เราอาจจะบอกได้ว่า อย่างนั้นถ้าเราชินกับภาษาผิดๆ มันก็เร็วได้นี่นา

ใช่ครับ แต่เมื่อใดก็ตามที่มันไม่เป็นมาตรฐาน เท่ากับว่า เราอาจจะต้อง สร้างความคุ้นเคยกับภาษาห้าสิบแบบ เพื่อติดต่อกับคนห้าสิบคน

ผมขี้เกียจน่ะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาอ่านอะไรยาวๆ (คือ จะพิมพ์มาใน messenger ผมก็ไม่ว่าเท่าไหร่หรอกครับ แต่ให้มาอ่านเป็นย่อหน้าใน forum นี่ ปวดหัวมาก)

ผมเองเชื่อว่าภาษาเปลี่ยนแปลงได้ (และโดยส่วนตัวก็อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงบางประการเกิดขึ้นกับภาษาไทย) และเรามีสิทธิที่จะเลือกไม่ทำตามมาตรฐานเหมือนกัน ผมเองก็ไม่ได้คิดว่าน่าจะต้องทำอะไรมากกว่า “เขียนมาให้อ่านรู้เรื่องได้มั้ย?” เท่านั้นล่ะครับ (ส่วนเขาจะทำหรือไม่ ก็เรื่องของเขา และผมจะอ่านหรือไม่ ก็เรื่องของผมเหมือนกัน)

หมายเหตุ: จริงๆ เรื่องนี้ไม่เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น กับภาษาอังกฤษผมก็เป็น โดยเฉพาะกับผู้ใช้ภาษาอังกฤษบางคน ที่สับสนกับ their, there,they’re หรือ  your,you’re เพราะมันทำให้ผมอ่านช้าลงจริงๆ (ความผิดพลาดประเภทนี้เกิดกับคนไทยน้อยกว่ากับเจ้าของภาษาเองเสียอีก เพราะเขาผูกคำกับเสียง แต่เราจะผูกคำกับความหมาย) และนอกจากเรื่องการสะกดแล้ว ผมจะยินดีมาก ถ้าใครหลายๆ คนในเว็บบอร์ด สามารถรู้จักการแบ่งสิ่งที่จะพิมพ์ออกเป็นย่อหน้าได้

หมายเหตุสอง: ผมไม่ได้นิยมการควบคุมภาษาจากส่วนกลางเลยครับ

8 Comments