Skip to content →

Tag: Santa Claus

Say No to Santa Claus?

เพิ่งอ่านข่าวอันหนึ่งจากบีบีซีนิวส์ครับ เรื่องที่ชาวออสเตรียต่อต้านซานตาคลอส (อ่าน Austria campaign to save Christkind from Santa Claus)

เนื้อข่าวก็ประมาณว่า คนกลุ่มนี้ ต้องการให้ความสำคัญกับ Christkind (คริสต์คินท์) ซึ่งเป็นผู้ให้ของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสแต่ดั้งเดิม ซึ่งเขาบอกว่า มันดีกว่าซานตาแดงขาวที่มากับโคคา-โคลา

นี่เป็นครั้งที่สองที่มีคนกล่าวถึงว่า รูปลักษณ์ของซานตาคลอสในปัจจุบัน มีที่มาจากโฆษณาของโคคา-โคลา (ครั้งแรกเกิดขึ้นในฟินแลนด์)

ว่าแล้วก็เลยลองค้นดูเสียหน่อย ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่า โคคาโคลา ไม่ได้เป็นคนต้นคิดซานตาชุดแดง แต่ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพของซานตาชุดแดงกลายเป็นภาพซานตาที่ติดตาคนทั้งโลก

คราวที่แล้วที่พูดถึง Joulutarina @masatha ดูจะข้องใจเรื่องที่บอกว่าซานตาเป็นผลิตกรรมของอเมริกา จากความรู้ที่ผมมีตอนนี้ พอจะสรุปได้ก็คือ ซานตาคลอสแบบที่เราเห็นกันตอนนี้ น่าจะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 นี่เอง และก็ค่อนข้างจะเข้าไปเป็นผู้ให้ของขวัญในวัฒนธรรมคริสต์มาสแทบทุกที่

ก่อนการเกิดของซานตาชุดแดง แต่ละที่ก็มีวัฒนธรรมที่คล้ายกับซานตาคลอส จากที่เคยมีคนเล่ามา ซานตา (หรือให้ถูกคือผู้ให้ของขวัญ) ก็มีหลากหลายสี มีพฤติกรรมหลายแบบ บางคนก็มีแบบมาจากเซนต์นิโคลัส บางคนก็ไม่ใช่  (อย่าง Father Christmas ในอังกฤษ กับ Sinterklaas ในเนเธอร์แลนด์ ค่อนข้างจะเป็นต้นแบบที่รวมกันเป็นซานตาคลอสในปัจจุบัน) และอันที่จริงหลายๆ ที่ ตัวละครที่ให้ของขวัญในช่วงคริสต์มาส ก็หลอมมาจากตัวละครที่เคยให้ของขวัญอยู่เดิมในวัฒนธรรมก่อนคริสต์ศาสนา อย่างในประเทศนอร์ดิก ผู้ที่มอบของขวัญคือ yule goat (แค่ชื่อบ่งบอกว่า เป็นวัฒนธรรม pagan) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นคนในวัฒนธรรมคริสเตียน ชื่อของซานตาในภาษาฟินแลนด์ยังคงเป็นคำเดียวกับชื่อ yule goat นี้ด้วยซ้ำ (joulupukki ก็คือ joulu หรือ Yule เทศกาลฤดูหนาวดั้งเดิมของ pagan กับ pukki ที่แปลว่าแพะ — คราวก่อนบอกไปแล้วทีนึงว่า คำว่าคริสต์มาสในประเทศแถบนั้นยังคงเป็นคำที่แปลว่า Yule)

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คนส่วนหนึ่งในออสเตรียก็เลยมีแคมเปญไม่เอาซานตาคลอส และสนับสนุนคริสต์คินท์แทน

One Comment

ซานตามาหานะเธอว์….

ตามคำเรียกร้อง (ของใคร?) ก็จะกลับมาเขียนบล็อกสไตล์ #chayaninly ตามนิยามของ @masatha และ @Zerothman ก็คือ เขียนเรื่องหนังภาษาที่สามนั่นเอง

หลายๆ คนน่าจะรู้ข่าวว่าเดือนนี้ นอกจากจะมีเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีเทศกาลภาพยนตร์จากสหภาพยุโรปมาให้ชมกันด้วย จริงๆ ทีแรกผมก็กะจะไปดูอย่างละสักเรื่องครับ แต่งานแรกก็ผ่านไปแล้ว โดยไม่ได้ดูอะไรเลย ส่วนงานหลังนั้น ทันทีที่ได้เห็นตารางแล้ว สิ่งที่แรกที่ทำก็คือหาภาพยนตร์จากประเทศฟินแลนด์ครับ

ปีนี้มีภาพยนตร์หนึ่งเรื่องจากฟินแลนด์เข้ามาฉายให้ชมกัน ก็คือเรื่อง Joulutarina หรือชื่อภาษาอังกฤษตามที่ใช้ในงานคือ Christmas Story ซึ่งทันทีที่ทราบ ก็มาร์กไว้ในปฏิทินตัวเอง พร้อมกับถามเข้าไปในเฟซบุก (หรือจริงๆ คือในทวิตเตอร์แล้วเข้าไปในเฟซบุกผ่าน Selective Twitter Status)

มีคนมาตอบสองคน คนหนึ่งเป็นเพื่อนจากฟินแลนด์ และอีกคนหนึ่งเป็นเพื่อนคนไทย ได้ผลมาประมาณว่า มันก็เฉยๆ ออกจะน่ารำคาญนิดๆ แต่ผมก็ยังดึงดันจะไปดูครับ

เรื่องราวในหนังเรื่องนี้ เป็นการเติบโตของนิโกลัส ที่เติบโตมาเป็นผู้ให้ของขวัญแก่เด็กๆ ในช่วงคริสต์มาสหรือยูล ดูแล้วผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอันไหน เพราะไม่เห็นอิทธิพลของศาสนาคริสต์ในชีวิตของคนในเรื่องเลย นอกจากหลุมฝังศพที่มีไม้เป็นรูปครอสปักอยู่หนึ่งอัน แต่ก็เข้าใจว่า เนื้อเรื่องเป็นเนื้อหาที่แต่งขึ้นโดยไม่ได้อิงกับตำนานฉบับไหน และเป็นหนังที่ทำให้เด็กดู จึงไม่ได้เน้นความสมจริงทางประวัติศาสตร์เท่าไรนัก อย่างชาวแก่ใส่ชุดแดงที่นิโกลัสเติบโตขึ้นมาเป็น ก็ดูจะเป็นเหมือน joulupukki เวอร์ชั่นปัจจุบันที่ได้รับอิทธิพลมาจากซานตาคลอสอเมริกัน มากกว่าที่จะเป็น joulupukki ตามตำนานดั้งเดิม

แม้ว่า Joulutarina จะเป็นหนังเด็กก็ตาม แต่เราไม่อาจคาดหวังได้ว่า มันจะเป็นหนังคริสต์มาสสุขสันต์อย่างที่เราจะคาดหวังกับหนังครอบครัวที่มีธีมเป็นคริสต์มาสสไตล์อเมริกัน ตรงกันข้าม Joulutarina ดูจะเน้นกับอารมณ์มากกว่า โดยเฉพาะความเศร้าและความหวัง อย่างที่คน (ที่น่าจะเป็น) อเมริกันคนหนึ่งได้คอมเมนต์ไว้ใน IMDb ว่า มัน “dark and depressing at parts” และ “I don’t think most Americans will relate to the story.” (เพราะมันไม่เหมือนซานตาคลอสแบบที่คนอเมริกันน่าจะรู้จัก)

ถึงกระนั้น เข้าใจว่าด้วยความที่จะเป็นหนังเด็ก Joulutarina เลยไม่ได้มีอารมณ์เศร้าสุดๆ อะไรมากนัก รวมถึงมีการสลับอารมณ์สุขกับโศกไปมาในหลายๆ ส่วนของเรื่อง (ประเภทตัวร้ายกลับกลายเป็นดี ประมาณนั้น) ตัวหนังค่อนข้างสั้น ประมาณชั่วโมงเศษๆ โดยช่วงแรกๆ หนังผ่านไปค่อนข้างเร็วมาก (อารมณ์นิทาน ที่ไม่ได้ลงรายละเอียดซีนเท่าไหร่)

หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้หรูหราอะไรมาก (นอกจากแลนด์สเคปสวยๆ อย่างป่าหิมะขาวโพลน การถ่ายจากหิมะจริง กวางเรนเดียร์จริง ที่ดูจะไม่ใช่สิ่งหายากในฟินแลนด์ แต่ก็ impressive สำหรับคนดูนอกประเทศไม่น้อย)  แต่ก็ดูเพลินๆ พร้อมด้วยภาษาและฉากธรรมชาติที่เรียกอารมณ์ nostalgic ออกมา

(หนังฟินแลนด์สองเรื่องก่อนหน้าที่ได้ดู เรื่องแรกก็อยู่ในสวีเดน พูดสวีเดนกันเกินครึ่งเรื่อง เรื่องที่สองก็ถ่ายในอิตาลีเอาเสียมาก มีเรื่องนี้อยู่กันครับถ้วนสมบูรณ์)

สิ่งที่ชอบ:

  • การผูกเรื่องราว ว่าทำไมถึงมาให้ของขวัญ จนมาถึงทำไมต้องเป็นเรนเดียร์และชุดสีแดง จนสุดท้ายว่าทำไมซานตายังอยู่แม้ตัวนิโกลัสจะตายไป

อื่นๆ

  • เคยอ่านมาว่าเทศกาลนี้หนังส่วนใหญ่ฉายด้วย DVD สิ่งที่เกิดคือ หนังมันฉายไม่เต็มจอ เพราะเหมือนในดีวีดีที่จะมีขอบดำบนล่าง แต่ว่าจอโรงหนังมันก็อัตราส่วนเป็นจอกว้างอยู่แล้ว เลยยิ่งดูบีบเข้าไปอีก
  • คนฟินแลนด์ไปดูพอสมควร ส่วนใหญ่จะพาเด็กไปดู เข้าใจว่าน่าจะเป็นสังคมฟินแลนด์ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ กันเสียมาก

[youtube=http://www.youtube.com/watch?v=hrt7uSLIiyk]

2 Comments