Skip to content →

Tag: language

Verbatim

ผมเพิ่งได้อ่านโพสต์ในบล็อก Language Log (Fluent disfluency) ที่พูดถึงว่า เวลาที่เราถอดบทพูดจากคำพูดที่พูดสดๆ (แบบที่ไม่ได้ร่างเตรียมไว้แบบสุนทรพจน์) โดยที่คงไว้ตามต้นฉบับทั้งหมด (verbatim) เราจะพบว่า ข้อความที่ถอดออกมา จะเต็มไปด้วยคำพูดไม่เต็มประโยค พูดแล้วแก้ หรือมีคำประเภทฆ่าเวลา เป็นเรื่องปรกติ

ข้อความในบล็อกเขาพูดถึงว่าอย่างนี้

[V]erbatim transcripts of spontaneous speech are often full of filled pauses, self-corrections, and other things that must be edited out in order to create what that commenter would count as a “coherent sentence”. And this is true even for people who have risen far in the world on the basis of their ability to impress others in spontaneous verbal interaction.

ผมอ่านแล้วเลยนึกถึงสมัยเรียนปริญญาตรี ที่มีโอกาสได้ทำวารสารนักศึกษาอันหนึ่ง (เรียกว่าเป็นวารสาร แต่ออกไม่ค่อยจะเป็นวาระเท่าไหร่ ผมเลยมักจะเรียกว่าเป็น อวารสาร เสียมากกว่า) ตอนนั้น เคยมีคนสอนว่า การเขียนบทสัมภาษณ์ สามารถ “ฆ่า” คนถูกสัมภาษณ์เอาได้ง่ายๆ เพราะคนส่วนใหญ่เวลาพูดให้สัมภาษณ์ ถ้าถอดมาแบบตรงๆ มันอ่านออกมาไม่รู้เรื่องหรอก อ่านแล้วกลายเป็นรู้สึกว่าคนนั้นพูดจาไม่รู้เรื่องเอาได้ง่ายๆ

(ขออภัยที่จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นใครเป็นคนสอนมา เป็นประเด็นที่ถูกยกขึ้นว่าระหว่างสนทนากัน)

2 Comments

Allspice

Cooking isn’t really my thing. I didn’t learn much cooking when I grew up. Living in Bangkok also means that you can easily get away with not cooking. (It’s even questionable whether cooking for one would actually save you money, since you don’t get any economy of scale. You don’t even get a functional kitchen in a lower-end apartment.) So food ingredients are often part of my knowledge gap. (Not to mention that I won’t be familiar with lots of vegetables and spices used in European cuisines.)

The other day I was looking for a Finnish salmon soup (lohikeitto) recipe in English, when I saw that a recipe calls for ‘allspice’. Naturally, I had no idea what it was, so I thought it was some kind of spice mix, like the five-spice powder or something. So I looked into another version of the recipe, to find one where it’s not needed. (Those spice mixes aren’t always available everywhere, right?)

Then I learnt that allspice is actually spice from a specific plant.

Allspice […] is the dried unripe fruit (berries, used as a spice) of Pimenta dioica, a midcanopy tree native to the Greater Antilles, southern Mexico, and Central America, now cultivated in many warm parts of the world. The name ‘allspice’ was coined as early as 1621 by the English, who thought it combined the flavour of cinnamon, nutmeg, and cloves.

– ‘Allspice‘, Wikipedia. (2016-05-11)

Interestingly (I guess?), the Dutch name for it (which I had to look up) is piment. I had seen it before when I was looking through the spice shelves at Albert Heijn, but I only recognised the word from French, in which it means (chilli) pepper. The French words for it, according to the French-language Wikipedia, are piment de la Jamaïque, poivre de la Jamaïque, or quatre-épices.

On a related note, I am pretty sure I had seen/heard the Finnish word for it, maustepippuri, although now I’m not sure why it came up.

Comments closed

อีดำ

ข่าวเพิ่งออกมาว่า ลุยซ์ ซัวเรซ นักฟุตบอลสโมสรลิเวอร์พูล โดนสั่งห้ามลงเล่น 8 นัด ในข้อหาใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติกับปาตริซ เอวรา

ผมคงไม่อาจไปทราบได้ว่า ผลการสอบสวนนี้ถูกต้องขนาดไหน และจริงๆ แล้วซัวเรสไปพูดอะไรหรือไม่ แต่ก็ทำให้ผมนึกถึงอีกคดีหนึ่งที่เกิดในช่วงใกล้เคียงกัน คือกรณีของจอห์น เทอร์รี (เข้าใจว่าอันนี้ยังสอบสวนไม่เสร็จ)

ที่นึกถึงคือ ผมจำได้ว่า ตอนที่มีข่าวจอห์น เทอร์รีนั้น มีคอมเมนต์ (ของคนไทย) ที่ออกมาประมาณว่า เทอร์รีไม่น่าจะเหยียดผิวนะ ในทีมเองก็มีเพื่อนเป็นนักฟุตบอลผิวดำอยู่หลายคน

ผมเองก็ไม่ทราบอีกเหมือนกันว่า เทอร์รีไปพูดอะไรหรือไม่ (ข่าวออกมาประมาณว่า ที่เทอร์รีพูดอาจจะเป็น ‘fucking black guy’) แต่ผมก็คิดว่า ไม่ได้เข้าใจยากอะไรถ้าเทอร์รีจะทำจริงๆ

ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า เวลามีคนใช้คำด่าว่า อีอ้วน หรืออีดำ คนคนนั้นมีแต่เพื่อนผิวขาวหุ่นสมส่วนกันหมดหรือเปล่า

Comments closed

Suvarnabhumi

ผมไม่แปลกใจ ที่ใครหลายคนจะมีภาพที่ติดในหัวว่า abc = ภาษาอังกฤษ เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่ มันเป็นภาษาตะวันตกภาษาแรกที่ได้รู้จัก และก็น่าจะเป็นภาษาเดียวที่รู้จัก ผมเองก็มีภาพในหัวแบบเดียวกันตลอดช่วงสิบปีที่ผมใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศภาษาเดียว และไม่ได้มีความสนใจที่จะรู้จักภาษาศาสตร์หรือสัทศาสตร์ในหัว (ทุกวันนี้ก็มีแต่ความสนใจ แต่ไม่มีความรู้อยู่ในหัว)

ปัญหาคือ มันไม่ใช่

(บางทีมันก็อาจจะเป็นจริงว่า Ignorance is bliss. เพราะถ้าไม่รู้ คงไม่ปวดหัวแบบนี้)

ผลที่เกิดจากความคิดว่า อักษรละติน = ภาษาอังกฤษ เป็นไปในสองทาง ทางแรกคือ เราพร้อมจะอ่านชื่อใดๆ ก็ตามที่เขียนด้วยอักษรละตินเหมือนอ่านภาษาอังกฤษ (ที่เป็นภาษาที่ระบบการเขียนไม่ได้สะท้อนอะไรเสียงเลย) อีกทางหนึ่งคือ เราพร้อมจะเขียนสิ่งใดๆ ในอักษรละตินตามอย่างภาษาอังกฤษ (หรือถ้าพูดให้ถูกคือ ตามอย่างที่เราคิดว่าภาษาอังกฤษเป็น ซึ่งก็ใช่บ้างไม่ใช่บ้าง)

ที่บางครั้งอาจจะน่าเซ็งกว่า คือคนที่เราคาดหวังว่าน่าจะเข้าใจบ้าง ดันส่งต่อความเชื่อแปลกๆ ซะอีก

2 Comments

ว่าด้วยศัพท์บัญญัติ

ช่วงนี้กระแสเรื่องศัพท์บัญญัติกลับมาอีกรอบ หลังจากที่มีข่าวเรื่องราชบัณฑิตแสดงความเป็นห่วงการใช้ภาษาไทย และข่าวส่วนใหญ่ได้เจาะไปที่คำศัพท์หมวดเทคโนโลยี โดยเฉพาะคำว่าไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ในความหมายว่าอีเมล และคอมพิวเตอร์วางตัก ในความหมายว่าแล็ปท็อป

ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับศัพท์บัญญัติไปครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่มีการคุยเรื่องนี้ในวงเพื่อนผมระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการแปลคำศัพท์เฉพาะทางวิชาการ แต่ภายหลังผมก็ขี้เกียจไป ตอนนี้ก็เลยดูเป็นโอกาสอันดีที่จะเอาหัวข้อนี้กลับมาเขียนถึงอีกครั้ง

6 Comments

สัญลักษณ์แทนภาษา

ในยุคปัจจุบันที่อะไรๆ ก็ข้ามชาติข้ามพรมแดนไปเสียหมด ก็เป็นเรื่องปรกติธรรมดา ที่อะไรๆ ก็จะต้องมีเวอร์ชั่นหลายภาษา สำหรับผู้คนที่ใช้ภาษาแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ ฉลากผลิตภัณฑ์ หรืออะไรก็ตาม

เมื่อมีหลากหลายเวอร์ชั่นภาษา เวลาออกแบบ บางครั้งก็เลยมีความจำเป็นต้องใช้สัญลักษณ์แทนแต่ละภาษาขึ้นมา อย่างเช่นในเว็บไซต์ ก็จะมีลิงก์ไปที่หน้าเว็บแต่ละภาษา หรือฉลากผลิตภัณฑ์ที่จะใช้สัญลักษณ์วางไว้หน้าข้อความในภาษานั้น เพื่อให้หาภาษาตัวเองกันเจอง่ายๆ (ไม่ก็กลัวคนจะดูไม่ออกว่าอันไหนภาษาตัวเอง)

มันยุ่งก็ตรงนี้แหละ

2 Comments