Skip to content →

Tag: Finland

Iron Sky ฟิน ฟิน

ในที่สุดก็ได้ดู Iron Sky จนได้ครับ หลังจากที่รู้สึกตั้งใจจะไปดูมาสักพักแล้ว แต่ไม่ได้โอกาสไปเสียเงินให้เมเจอร์ซินีเพลกซ์เสียที

Iron Sky เป็นหนังแนวคอมิดี ที่อาศัยเพรมิสแบบแอคชันไซไฟ เกี่ยวกับเรื่องราวของกองทัพนาซีเยอรมนีที่หนีไปตั้งฐานทัพบนด้านมืดของดวงจันทร์ เตรียมตัวที่จะกลับมายึดครองโลก แนวคิดของหนังเรื่องนี้มาจากฟินแลนด์ กำกับโดยชาวฟินแลนด์ ติโม วัวเรนโซลา (Timo Vuorensola) และทีมสร้างจากฟินแลนด์ เยอรมนี และออสเตรเลีย

ความเห็นสั้นๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้คือ ชอบมาก คุ้มค่ากับเวลาอย่างยิ่ง

3 Comments

Finland: Land of Angry Birds?

Having been an exchange student (in lukio level) in Finland, I have some ideas about how people around here perceive about this Nordic country, from comments or questions I got over the years.

They usually know that Finland is cold. Some of them think Finland has a beautiful nature. (Well, that’s kinda true. I like Finnish landscape.) Some touristic features about Finland are the midnight sun and Santa Claus.

But that may have changed a little bit.

2 Comments

Say No to Santa Claus?

เพิ่งอ่านข่าวอันหนึ่งจากบีบีซีนิวส์ครับ เรื่องที่ชาวออสเตรียต่อต้านซานตาคลอส (อ่าน Austria campaign to save Christkind from Santa Claus)

เนื้อข่าวก็ประมาณว่า คนกลุ่มนี้ ต้องการให้ความสำคัญกับ Christkind (คริสต์คินท์) ซึ่งเป็นผู้ให้ของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสแต่ดั้งเดิม ซึ่งเขาบอกว่า มันดีกว่าซานตาแดงขาวที่มากับโคคา-โคลา

นี่เป็นครั้งที่สองที่มีคนกล่าวถึงว่า รูปลักษณ์ของซานตาคลอสในปัจจุบัน มีที่มาจากโฆษณาของโคคา-โคลา (ครั้งแรกเกิดขึ้นในฟินแลนด์)

ว่าแล้วก็เลยลองค้นดูเสียหน่อย ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่า โคคาโคลา ไม่ได้เป็นคนต้นคิดซานตาชุดแดง แต่ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพของซานตาชุดแดงกลายเป็นภาพซานตาที่ติดตาคนทั้งโลก

คราวที่แล้วที่พูดถึง Joulutarina @masatha ดูจะข้องใจเรื่องที่บอกว่าซานตาเป็นผลิตกรรมของอเมริกา จากความรู้ที่ผมมีตอนนี้ พอจะสรุปได้ก็คือ ซานตาคลอสแบบที่เราเห็นกันตอนนี้ น่าจะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 นี่เอง และก็ค่อนข้างจะเข้าไปเป็นผู้ให้ของขวัญในวัฒนธรรมคริสต์มาสแทบทุกที่

ก่อนการเกิดของซานตาชุดแดง แต่ละที่ก็มีวัฒนธรรมที่คล้ายกับซานตาคลอส จากที่เคยมีคนเล่ามา ซานตา (หรือให้ถูกคือผู้ให้ของขวัญ) ก็มีหลากหลายสี มีพฤติกรรมหลายแบบ บางคนก็มีแบบมาจากเซนต์นิโคลัส บางคนก็ไม่ใช่  (อย่าง Father Christmas ในอังกฤษ กับ Sinterklaas ในเนเธอร์แลนด์ ค่อนข้างจะเป็นต้นแบบที่รวมกันเป็นซานตาคลอสในปัจจุบัน) และอันที่จริงหลายๆ ที่ ตัวละครที่ให้ของขวัญในช่วงคริสต์มาส ก็หลอมมาจากตัวละครที่เคยให้ของขวัญอยู่เดิมในวัฒนธรรมก่อนคริสต์ศาสนา อย่างในประเทศนอร์ดิก ผู้ที่มอบของขวัญคือ yule goat (แค่ชื่อบ่งบอกว่า เป็นวัฒนธรรม pagan) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นคนในวัฒนธรรมคริสเตียน ชื่อของซานตาในภาษาฟินแลนด์ยังคงเป็นคำเดียวกับชื่อ yule goat นี้ด้วยซ้ำ (joulupukki ก็คือ joulu หรือ Yule เทศกาลฤดูหนาวดั้งเดิมของ pagan กับ pukki ที่แปลว่าแพะ — คราวก่อนบอกไปแล้วทีนึงว่า คำว่าคริสต์มาสในประเทศแถบนั้นยังคงเป็นคำที่แปลว่า Yule)

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คนส่วนหนึ่งในออสเตรียก็เลยมีแคมเปญไม่เอาซานตาคลอส และสนับสนุนคริสต์คินท์แทน

One Comment

ซานตามาหานะเธอว์….

ตามคำเรียกร้อง (ของใคร?) ก็จะกลับมาเขียนบล็อกสไตล์ #chayaninly ตามนิยามของ @masatha และ @Zerothman ก็คือ เขียนเรื่องหนังภาษาที่สามนั่นเอง

หลายๆ คนน่าจะรู้ข่าวว่าเดือนนี้ นอกจากจะมีเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีเทศกาลภาพยนตร์จากสหภาพยุโรปมาให้ชมกันด้วย จริงๆ ทีแรกผมก็กะจะไปดูอย่างละสักเรื่องครับ แต่งานแรกก็ผ่านไปแล้ว โดยไม่ได้ดูอะไรเลย ส่วนงานหลังนั้น ทันทีที่ได้เห็นตารางแล้ว สิ่งที่แรกที่ทำก็คือหาภาพยนตร์จากประเทศฟินแลนด์ครับ

ปีนี้มีภาพยนตร์หนึ่งเรื่องจากฟินแลนด์เข้ามาฉายให้ชมกัน ก็คือเรื่อง Joulutarina หรือชื่อภาษาอังกฤษตามที่ใช้ในงานคือ Christmas Story ซึ่งทันทีที่ทราบ ก็มาร์กไว้ในปฏิทินตัวเอง พร้อมกับถามเข้าไปในเฟซบุก (หรือจริงๆ คือในทวิตเตอร์แล้วเข้าไปในเฟซบุกผ่าน Selective Twitter Status)

มีคนมาตอบสองคน คนหนึ่งเป็นเพื่อนจากฟินแลนด์ และอีกคนหนึ่งเป็นเพื่อนคนไทย ได้ผลมาประมาณว่า มันก็เฉยๆ ออกจะน่ารำคาญนิดๆ แต่ผมก็ยังดึงดันจะไปดูครับ

เรื่องราวในหนังเรื่องนี้ เป็นการเติบโตของนิโกลัส ที่เติบโตมาเป็นผู้ให้ของขวัญแก่เด็กๆ ในช่วงคริสต์มาสหรือยูล ดูแล้วผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอันไหน เพราะไม่เห็นอิทธิพลของศาสนาคริสต์ในชีวิตของคนในเรื่องเลย นอกจากหลุมฝังศพที่มีไม้เป็นรูปครอสปักอยู่หนึ่งอัน แต่ก็เข้าใจว่า เนื้อเรื่องเป็นเนื้อหาที่แต่งขึ้นโดยไม่ได้อิงกับตำนานฉบับไหน และเป็นหนังที่ทำให้เด็กดู จึงไม่ได้เน้นความสมจริงทางประวัติศาสตร์เท่าไรนัก อย่างชาวแก่ใส่ชุดแดงที่นิโกลัสเติบโตขึ้นมาเป็น ก็ดูจะเป็นเหมือน joulupukki เวอร์ชั่นปัจจุบันที่ได้รับอิทธิพลมาจากซานตาคลอสอเมริกัน มากกว่าที่จะเป็น joulupukki ตามตำนานดั้งเดิม

แม้ว่า Joulutarina จะเป็นหนังเด็กก็ตาม แต่เราไม่อาจคาดหวังได้ว่า มันจะเป็นหนังคริสต์มาสสุขสันต์อย่างที่เราจะคาดหวังกับหนังครอบครัวที่มีธีมเป็นคริสต์มาสสไตล์อเมริกัน ตรงกันข้าม Joulutarina ดูจะเน้นกับอารมณ์มากกว่า โดยเฉพาะความเศร้าและความหวัง อย่างที่คน (ที่น่าจะเป็น) อเมริกันคนหนึ่งได้คอมเมนต์ไว้ใน IMDb ว่า มัน “dark and depressing at parts” และ “I don’t think most Americans will relate to the story.” (เพราะมันไม่เหมือนซานตาคลอสแบบที่คนอเมริกันน่าจะรู้จัก)

ถึงกระนั้น เข้าใจว่าด้วยความที่จะเป็นหนังเด็ก Joulutarina เลยไม่ได้มีอารมณ์เศร้าสุดๆ อะไรมากนัก รวมถึงมีการสลับอารมณ์สุขกับโศกไปมาในหลายๆ ส่วนของเรื่อง (ประเภทตัวร้ายกลับกลายเป็นดี ประมาณนั้น) ตัวหนังค่อนข้างสั้น ประมาณชั่วโมงเศษๆ โดยช่วงแรกๆ หนังผ่านไปค่อนข้างเร็วมาก (อารมณ์นิทาน ที่ไม่ได้ลงรายละเอียดซีนเท่าไหร่)

หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้หรูหราอะไรมาก (นอกจากแลนด์สเคปสวยๆ อย่างป่าหิมะขาวโพลน การถ่ายจากหิมะจริง กวางเรนเดียร์จริง ที่ดูจะไม่ใช่สิ่งหายากในฟินแลนด์ แต่ก็ impressive สำหรับคนดูนอกประเทศไม่น้อย)  แต่ก็ดูเพลินๆ พร้อมด้วยภาษาและฉากธรรมชาติที่เรียกอารมณ์ nostalgic ออกมา

(หนังฟินแลนด์สองเรื่องก่อนหน้าที่ได้ดู เรื่องแรกก็อยู่ในสวีเดน พูดสวีเดนกันเกินครึ่งเรื่อง เรื่องที่สองก็ถ่ายในอิตาลีเอาเสียมาก มีเรื่องนี้อยู่กันครับถ้วนสมบูรณ์)

สิ่งที่ชอบ:

  • การผูกเรื่องราว ว่าทำไมถึงมาให้ของขวัญ จนมาถึงทำไมต้องเป็นเรนเดียร์และชุดสีแดง จนสุดท้ายว่าทำไมซานตายังอยู่แม้ตัวนิโกลัสจะตายไป

อื่นๆ

  • เคยอ่านมาว่าเทศกาลนี้หนังส่วนใหญ่ฉายด้วย DVD สิ่งที่เกิดคือ หนังมันฉายไม่เต็มจอ เพราะเหมือนในดีวีดีที่จะมีขอบดำบนล่าง แต่ว่าจอโรงหนังมันก็อัตราส่วนเป็นจอกว้างอยู่แล้ว เลยยิ่งดูบีบเข้าไปอีก
  • คนฟินแลนด์ไปดูพอสมควร ส่วนใหญ่จะพาเด็กไปดู เข้าใจว่าน่าจะเป็นสังคมฟินแลนด์ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ กันเสียมาก

[youtube=http://www.youtube.com/watch?v=hrt7uSLIiyk]

2 Comments

The Leaning Tower of Ulzhan

ผมเข้าโรงภาพยนตร์ครั้งแรกตอนอายุสิบเอ็ดครับ ดูเหมือนจะไม่เร็วเท่าไรนัก (อย่างน้อยน้องผมก็ดูหนังโรงครั้งแรกอายุน้อยกว่านี้เยอะ) แต่ผมก็ไม่ค่อยจะเป็นคนบ้าดูหนังมาสักเท่าไหร่ จนมาถึงตอนนี้ที่เริ่มดูหนังนู่นนี่ ก็ยังงงตัวเองว่า มาเป็นอย่างนี้ได้ยังไง

จริงๆ ก็ไม่ใช่ผมคนเดียวที่แปลกใจหรอกครับ แม่ผมก็เคยถาม ว่าทำไมอยู่ๆ ถึงมาชอบดูหนัง เช่นเดียวกับเพื่อนผม ที่แม้จะรู้จักไม่นาน ก็บอกว่า ไม่คิดว่าผมจะเป็นพวกดูงานศิลปะด้วย (ผมมักจะดูเป็นเด็กเนิร์ดครับ จนกระทั่งได้รู้จักกันนั่นแหละ…)

เมื่อวานได้ไปดูภาพยนตร์มาสองเรื่องครับ เป็นพฤติกรรมที่น่าสนับสนุนมากๆ สำหรับคนที่กำลังจะสอบไฟนอลในอีกสามวัน (ฮา) แต่เอาเถอะครับ ผมว่าหนังยังมีสาระกว่าลิเกที่สนามบินชัวร์

ตอนนี้มีเทศกาลภาพยนตร์ของสหภาพยุโรป จัดที่ Central World Plaza ครับ (ดูๆ ไปแล้ว บ้านเราก็มีเทศกาลหนังเยอะไม่ใช่เล่นเหมือนกัน)

สองเรื่องที่ผมไปดูมาเมื่อวาน มีเหตุผลที่ดูไม่เหมือนกันเสียทีเดียวครับ เรื่องแรก ระบุชื่อในเทศกาลว่า The Leaning Tower จากฟินแลนด์ เหตุผลเดาได้ไม่ยากเลยครับ เพราะมันมาจากฟินแลนด์ (นี่คือเหตุผลที่ใหญ่ที่สุด) ดูแล้ว พูดภาษาฟินแลนด์แน่ (ปีก่อนไปดูหนังฟินแลนด์ เรื่องดันไปอยู่ในสวีเดน พูดสวีเดนเสียครึ่งเรื่อง)

อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่อง Ulzhan จากฝรั่งเศส ทีแรกตอนที่ดูรายการหนัง ก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษครับ ลองเอารายการให้คนใกล้ตัวดู แล้วถามว่า อยากดูเรื่องอะไรหรือเปล่า เรื่องนี้ก็อยู่ในหนึ่งเรื่องที่บอกมา (ไปๆ มาๆ คนเสนอดูจะประทับใจน้อยกว่าผมอีกมั้ง?)


The Leaning Tower มีชื่อดั้งเดิมตามภาษาท้องถิ่นว่า Kalteva Torni แปลเป็นภาษาไทยก็ได้ง่ายๆ จากทั้งสองภาษาเลยว่า “หอเอียง” แน่นอนว่า หอเอียง โดยทั่วไปก็หมายถึงหอเอนเมืองปีซาของอิตาลี เรื่องนี้ถ่ายทำในอิตาลีมากพอสมควร (คิดว่าจะไม่สปอยล์ แต่อาจจะหลุดก็ได้ ยังไงก็คงไม่มีใครคิดจะไปดูเรื่องนี้อยู่แล้วมั้ง?)

แก่นของเรื่องๆ นี้ อยู่ที่คนๆ หนึ่งที่มีความผิดปกติทางจิตครับ เรื่องบางตอนก็เลยออกมางงๆ นิดหน่อย ส่วนบางตอนก็ออกมาแบบบ้าๆ Johannes Piipari (แสดงโดย Martti Suosalo) คือชายคนนั้นในเรื่อง เรื่องของเรื่องคือ ตาคนนี้เป็นคนที่บ้าหอเอนปีซามาก ต้องการจะไปเห็นหอเอนปีซาให้ได้

เด็กหญิงคนหนึ่ง ชื่อ Suvi (แสดงโดย Siiri Suosalo ลูกสาวของ Martti เอง) ซึ่งเป็นลูกของพยาบาลในสถานพยาบาลที่โยฮันเนสอยู่ ก็ออกมาเจอ ตอนที่โยฮันเนสกำลังพยายามจะสร้างหอเอียงอยู่หน้าที่พัก ย่าของซุวิ (Elsa แสดงโดย Seela Sella) ก็พูดให้ฟังว่า เคยไปมาแล้ว สมัยที่เป็นนักเต้นอยู่ยุโรป เด็กสาวก็เลยอยากจะไปบ้าง ย่าก็สัญญาไว้ว่า ได้สิ สักวันจะพาไป

ทีนี้ โยฮันเนสก็เลยคิดเป็นจริงเป็นจัง ว่าจะไปให้ได้ ไปคุยกับซุวิ ให้ซุวิอยากไป จนในที่สุด เอลซาก็พาซุวิไป โยฮันเนสก็ดันตามไปด้วย โดยการจองตั๋วไปเที่ยวเดียวกับย่าหลานคู่นั้น

เรื่องวุ่นมันก็เกิดตามมาหลังจากนั้นล่ะครับ เอลซากับหลานซุวิก็น่ารัก เจอโยฮันเนสตามมาก็พาเที่ยวด้วยอะไรด้วย แต่เวลาที่โยฮันเนสอยู่คนเดียวด้วยสภาพไม่ปกติของตัวเอง เรื่องวุ่นก็บังเกิดมากมายครับ

โดยส่วนตัว ผมรู้สึกว่าก็เป็นหนังที่สนุกเรื่องหนึ่งครับ อาจจะไม่ได้ดีอะไรมาก (ฟินแลนด์ไม่เด่นเรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์อยู่แล้ว) แต่ก็คิดว่า หนังเรื่องนี้ ไม่ได้ทำไว้ขายตลาดต่างประเทศได้สักเท่าไหร่ ประเด็นหลักและโดยรวมของเรื่องก็น่าสนใจและดูได้ แต่ก็มี reference ถึงบางอย่างที่อยู่ในฟินแลนด์เหมือนกัน ด้านนักแสดง ตัวโยฮันเนสนั้น สมบทบาทคนไม่ปกติได้ดีมากทีเดียว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เขียน กำกับ และอำนวยการสร้างโดย Timo Koivusalo

Ulzhan เป็นหนังจากฝรั่งเศสครับ แต่เท่าที่อ่านออกตอนขึ้นเรื่องมา ก็รู้สึกว่า เป็นการร่วมงานกันจากเยอรมนีและคาซัคสถานด้วย (เป็นหนังที่ประเทศคาซัคสถานน่าจะพอใจมากกว่า Borat ล่ะครับ)

Charles Simon (Philippe Torreton) ชายฝรั่งเศส เริ่มต้นการเดินผ่านทุ่งหญ้าสเตปป์ของเอเชียกลาง หลังจากที่น้ำมันรถหมดเมื่อเข้าสู่คาซัคสถานได้ไม่นาน

เขาทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ในรถที่จอดทิ้งไว้ แจกจ่ายเงินและพาสปอร์ตของตัวให้ไปให้คนในบาร์เหล้า เขาเดินโดยปฏิเสธน้ำใจของคนขับรถที่อาสาพาไปส่ง ปฏิเสธความช่วยเหลือของกงสุลฝรั่งเศสในอัสตานา เมืองหลวงแห่งใหม่ของคาซัคสถาน และเดินต่อไป

เพื่อนที่พบระหว่างทาง ทำให้เขาหันไปหาม้าเป็นเครื่องทุนแรง และการหาม้า ก็ทำให้เขาได้เพื่อนร่วมทาง ที่ไม่ว่าเขาจะพยายามบอกอย่างไร Ulzhan (Ayanat Ksenbai) ครูสอนภาษาฝรั่งเศสในโรงเรียนเล็กๆ นี้ก็พยายามตามไปตลอด ส่วน Shakuni (David Bennent) เพื่อนที่เจอระหว่างทางมา ก็เข้ามาร่วมเดินทางด้วย ก่อนจะไปสู่ที่ทางของตัวเอง

หนังเรื่องนี้ มีภาพที่สวยพอดูเลยครับ มีหลายๆ อย่างในเรื่องที่น่าสนใจมาก และนางเอกของเรื่องนี้ก็สวยมากเหมือนกัน (ประทับใจมากๆ เลยครับ)

ดูตัวอย่างภาพยนตร์ได้ที่ Tumblr (ภาษาฝรั่งเศส) หนังเรื่องนี้สร้างโดย Regis Ghezelbash บทโดย Jean-Claude Carrière และกำกับโดย Volker Schlöndorff

217_06ulzhan_1192908064
From the film Ulzhan.

ตอนนี้กำลังหาประวัติของ Ayanat Ksenbai ครับ กำลังประทับใจ

3 Comments