Skip to content →

Tag: communication

โทรศัพท์มือถือ: ชีวิต Always On

ผมเป็นคนหนึ่งที่รำคาญและไม่ค่อยชอบการรับโทรศัพท์มาสักพักแล้ว แต่บทความที่อธิบายความรู้สึกดังกล่าวได้ดีมากอันหนึ่งคือบทความใน Wired เมื่อสองสามเดือนก่อน Clive Thompson on the Death of the Phone Call (ชี้ทางโดย The Future of Internet)

ทอมป์สันบอกว่า การใช้โทรศัพท์ (ในความหมายที่ว่า โทรศัพท์จริงๆ ไม่ใช่ใช้งานทำอย่างอื่น) กำลังลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหมู่คนที่อายุไม่มาก ซึ่งสาเหตุสำคัญคือ การที่มันมีวิธีสื่อสารอย่างอื่นที่ดีกว่า

“[B]ecause everyone is in constant, lightweight contact in so many other ways: texting, chatting, and social-network messaging. And we don’t just have more options than we used to. We have better ones[.]”

5 Comments

ว่าด้วยภาษาและการสะกด

เคยมีเพื่อนคนหนึ่งพูดกับผมว่า ผมมักจะใส่ใจในรายละเอียดที่คนอื่นเขาไม่ใส่ใจกัน

ยังไงน่ะเหรอ?

เวลาจะพิมพ์งานส่ง ผมจะใส่ใจมากกับความสม่ำเสมอและความสวยงามของหน้าเอกสาร หรืออย่างล่าสุดที่เพื่อนต้องการรูปตอนเด็กไปทำกิจกรรม ผมพยายามนั่งค้นหาฟิล์มไปอัดรูป เพราะเอารูปที่อัดแล้วไปสแกนเพื่ออัดใหม่ จะได้คุณภาพของภาพที่ไม่ดี (แต่สุดท้ายก็หาไม่เจอ)

เรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกใส่ใจค่อนข้างมาก คือเรื่องการสะกดคำ (จริงๆ เรื่องนี้คนจำนวนมากก็ใส่ใจ แต่ในขณะเดียวกันคนจำนวนมากก็ละทิ้งไปเลย)

มันอาจจะดูน่าแปลกอยู่บ้าง กับคนที่ไม่นิยมธรรมเนียมประเพณี ที่จะมานั่งใส่ใจกับภาษาวิบัติ ซึ่งจริงๆ นั่นก็ไม่ใช่จุดที่ผมใส่ใจ จะเห็นได้ว่า ภาษาที่ผมใช้ก็ไม่ใช่ภาษาที่ดีเท่าไหร่นัก เต็มไปด้วยภาษาพูด (“เท่าไหร่” “ยังไง”) การใช้วรรคตอนก็ไม่ยึดตามราชบัณฑิตฯ (ราชบัณฑิตเขาบอกว่า เครื่องหมาย “ๆ” จะต้องวรรคทั้งหน้าและหลัง) แถมยังใช้ไทยคำอังกฤษคำอยู่เป็นประจำ (อันนี้พยายามหลีกเลี่ยงอยู่ ที่เห็นเขียนมาได้เป็นภาษาไทยทั้งหมด บอกได้ว่า หลายคำผ่านการแปลมาแล้ว -ฮา) และชอบใช้วงเล็บอย่างมากเกินความจำเป็น (เห็นๆ กันอยู่)

แล้วจริงๆ ผมใส่ใจเรื่องอะไรล่ะ? (แปลจากคำว่า “แคร์”)

ถ้าให้ผมดูตัวเอง ผมคิดว่า สิ่งที่ผมใส่ใจมากกว่าคือ การทำให้เป็นมาตรฐาน และความสม่ำเสมอ (แปลจาก standardisation กับ consistency) ซึ่งผมเห็นว่า สำคัญมากในการติดต่อกับคนอื่น

อันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นความนิยมของผมเอง ที่บ้าความสม่ำเสมอในเรื่องนี้ (คือ คนเขียนอาจจะไม่ผิด แต่ผมไม่ชอบ) กับอีกส่วนหนึ่งก็มีเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกว่า มันไม่ดี

ลองนึกดูว่า คุณบอกระยะทางว่า เดินไป 50 ก้าว คำถามคือ แล้วก้าวใครวะ? ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีหน่วยวัดอย่าง เมตร ขึ้นมา (แล้วลองนึกดูว่า ถ้า หนึ่งเมตร ของแต่ละคน ไม่เท่ากัน จะเกิดอะไรขึ้น)

เนื่องจากภาษาเป็นเครื่องมือในการติดต่อกับคนอื่น มันเลยจำเป็นที่จะต้องเป็นมาตรฐาน ทุกคนจะได้เข้าใจตรงกัน

สิ่งที่ทำให้การใช้คำถูกความหมายเป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ

ส่วนเรื่องการสะกดคำ อธิบายได้ว่า ปกติคนเราจะไม่ได้นั่งประสมหน่วยเสียงกันตลอดเวลาครับ เราอาศัยความเคยชินที่ทำให้เราอ่านได้อย่างรวดเร็ว

เราอาจจะบอกได้ว่า อย่างนั้นถ้าเราชินกับภาษาผิดๆ มันก็เร็วได้นี่นา

ใช่ครับ แต่เมื่อใดก็ตามที่มันไม่เป็นมาตรฐาน เท่ากับว่า เราอาจจะต้อง สร้างความคุ้นเคยกับภาษาห้าสิบแบบ เพื่อติดต่อกับคนห้าสิบคน

ผมขี้เกียจน่ะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาอ่านอะไรยาวๆ (คือ จะพิมพ์มาใน messenger ผมก็ไม่ว่าเท่าไหร่หรอกครับ แต่ให้มาอ่านเป็นย่อหน้าใน forum นี่ ปวดหัวมาก)

ผมเองเชื่อว่าภาษาเปลี่ยนแปลงได้ (และโดยส่วนตัวก็อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงบางประการเกิดขึ้นกับภาษาไทย) และเรามีสิทธิที่จะเลือกไม่ทำตามมาตรฐานเหมือนกัน ผมเองก็ไม่ได้คิดว่าน่าจะต้องทำอะไรมากกว่า “เขียนมาให้อ่านรู้เรื่องได้มั้ย?” เท่านั้นล่ะครับ (ส่วนเขาจะทำหรือไม่ ก็เรื่องของเขา และผมจะอ่านหรือไม่ ก็เรื่องของผมเหมือนกัน)

หมายเหตุ: จริงๆ เรื่องนี้ไม่เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น กับภาษาอังกฤษผมก็เป็น โดยเฉพาะกับผู้ใช้ภาษาอังกฤษบางคน ที่สับสนกับ their, there,they’re หรือ  your,you’re เพราะมันทำให้ผมอ่านช้าลงจริงๆ (ความผิดพลาดประเภทนี้เกิดกับคนไทยน้อยกว่ากับเจ้าของภาษาเองเสียอีก เพราะเขาผูกคำกับเสียง แต่เราจะผูกคำกับความหมาย) และนอกจากเรื่องการสะกดแล้ว ผมจะยินดีมาก ถ้าใครหลายๆ คนในเว็บบอร์ด สามารถรู้จักการแบ่งสิ่งที่จะพิมพ์ออกเป็นย่อหน้าได้

หมายเหตุสอง: ผมไม่ได้นิยมการควบคุมภาษาจากส่วนกลางเลยครับ

8 Comments