Skip to content →

Tag: cognition

ภาษา วัฒนธรรม การคิด

ภาษากับวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ผูกติดกัน จนอาจจะแยกไม่ออก อันที่จริง ภาษาที่ใช้สื่อสาร ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของวัฒนธรรม
(สำหรับภาษาอย่าง เอสเปรันโต อิดอ อินเตอร์ลิงกวา และอีกหลายภาษา ผมไม่ทราบว่ามีวัฒนธรรมรองรับแบบใด)

ภาษาเอง เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะของสังคม ดังนั้นลักษณะหรือรูปแบบของภาษาและการใช้ภาษา ก็มักจะสะท้อนความคิดของสังคมหนึ่งๆ ได้ โดยทั่วไป การเรียนภาษา ก็มักจะเป็นเรียนรู้ภาษาหนึ่งไปด้วย และเราก็สังเกตได้ว่า เวลาเราเรียนรู้ภาษาต่างประเทศภาษาหนึ่ง เราก็มักจะอ่านเรื่องที่มาจากประเทศซึ่งใช้ภาษานั้นๆ

หลายปีก่อน ผมเคยได้อ่านเว็บบอร์ดที่มีการถามเรื่องการใช้ภาษาอยู่ (จริงๆ แล้วเป็นแหล่งรวมของนักแปล แต่ก็มีคนเข้าไปถามการใช้ภาษามาก) มีคนๆ หนึ่ง บ่นหลังจากคำตอบว่า on sale มีความหมายได้ทั้ง วางขาย และ ลดราคาขาย มีใจความว่า ภาษาอังกฤษชอบทำอะไรให้กำกวม บอก brother ก็ต้องไปให้เดาอีกว่า เป็นพี่มันหรือน้องมัน

สำหรับผม นี่เป็นตัวอย่างสะท้อนที่ชัดเจน ของความแตกต่างในรูปแบบของภาษา เราสามารถสังเกตได้ว่า คำที่ใช้ภาษาไทย มักจะบ่งบอกอายุอย่างชัดเจน ซึ่งก็ตรงกับลักษณะในสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับอายุหรือความอาวุโสมากถึงมากที่สุด

ถ้าบอกว่า brother กำกวม เพราะไม่บอกว่าเป็นพี่หรือน้องชาย ประโยคที่บอกว่า “ผมมีน้องสองคน” ก็กำกวม เพราะให้เดาเอาเองอีกเหมือนกัน ว่าน้องสองคนนั้นน่ะ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

คำถามที่สำคัญคำถามหนึ่งคือ อะไรเป็นตัวกำหนดอะไร เพราะวัฒนธรรมหนึ่ง มีการคิดแบบนั้น จึงนำไปสู่ภาษาแบบนั้น หรือจริงๆ แล้ว ภาษาก็เป็นตัวกำหนดความคิดได้

ในนิยายเรื่อง Nineteen Eighty-Four ของจอร์จ ออร์เวลล์ (ซึ่งผมยังอ่านไม่จบ) รัฐบาลเผด็จการเบ็ดเสร็จ ได้พยายามปรับปรุงภาษาอังกฤษแบบใหม่ เรียกว่า Newspeak ซึ่งเข้ามาแทนภาษาอังกฤษแบบเดิม ที่ถูกเรียกว่า Oldspeak ภาษาที่ปรับปรุงใหม่นี้ จะมีจำนวนคำที่จำกัดมากๆ โดยจะพยายามกำจัดคำออกไปจากภาษาเรื่อยๆ ต่อไป จะไม่มีใครมีความคิดเรื่องอิสรภาพ เพราะไม่มีคำนี้ให้ประชาชนคิดได้

แนวคิดการสร้างนิวสปีกนี้ ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่า มนุษย์เรา ใช้ภาษาในการคิด ดังนั้นถ้าเราจำกัดภาษาได้ เราก็จำกัดการคิดได้

Don’t you see that the whole aim of Newspeak is to narrow the range of thought? In the end we shall make thought-crime literally impossible, because there will be no words in which to express it.

– Syme, in Nineteen Eighty-Four

จริงๆ แล้ว ภาษาควบคุมการคิดได้ขนาดนั้นหรือไม่ หรือว่าจริงๆ แล้ว ภาษาเองเป็นตัวกำหนดความคิด สมมติฐานสัมพัทธภาพทางภาษาเสนอว่า ภาษาได้กำหนดวิถีที่ผู้คนในแต่ละวัฒนธรรมรับรู้และเข้าใจโลก อย่างไรก็ตาม อีกทางหนึ่งที่เป็นไปได้ คือความคิดต่างหาก ที่เป็นตัวกำหนดภาษา และปัจจุบัน แนวคิดหลังก็ดูเหมือนจะได้รับการยอมรับมากกว่า

โดยส่วนตัวผมเชื่อในทั้งสองทาง ผมคิดว่า การที่ภาษามันเป็นอยู่ มาจากสภาพในบริบทสังคมนั้นๆ ที่เป็น แต่ในขณะเดียวกัน ผมเชื่อมั่นว่า ภาษามีผลต่อความคิดหรือการคิด เพราะเรายังต้องคิดและนำเสนอความคิดด้วยภาษาอยู่ ภาษาเปลี่ยนแปลงไปได้ตามสังคม แต่หากมีเหตุบางประการที่ทำให้ภาษานั้นคงที่ (เช่นมีการควบคุม [regulate] ภาษาอย่างเข้มงวด) ภาษาก็อาจเป็นการควบคุมความคิดได้จริง ผมเชื่อว่า หลักการของนิวสปีกเป็นไปได้จริง และผมเชื่อด้วยว่า มันเกิดขึ้นจริง เพียงแต่อาจจะในรูปแบบที่สุดโต่งน้อยกว่าสิ่งที่เป็นในรัฐบาลของบิกบราเทอร์

โพสต์ที่แล้วผมได้อ้างประโยคจากหนังสือเรียนเกี่ยวกับการพูดหลายภาษา ว่าการพูดภาษาต่างประเทศ ทำให้ความสามารถในการคิดสูงกว่า (cognitive benefit) ผมเชื่อว่าการพูดหลายภาษา ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสามารถในการคิดดังกล่าว แต่ทำให้มุมมองและความเข้าใจต่อโลกแตกต่างออกไปด้วย

อย่างที่เขียนถึงมาทั้งหมด ภาษาแต่ละภาษา ผูกโยงกับวัฒนธรรมที่ใช้ภาษานั้นๆ และภาษาแต่ละภาษา ก็มีมุมมองต่อความจริงของโลกแตกต่างกัน การมีความสามารถในการใช้ภาษามากกว่าหนึ่งภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาษาที่มีรูปแบบหรือมาจากวัฒนธรรมที่มีแตกต่างค่อนข้างมาก มักจะหมายถึงการมีมุมมองต่อโลกที่ยึดวัฒนธรรมของตัวเองเป็นศูนย์กลาง (ethnocentric) น้อยลง (แน่นอนว่ายังคงมี แต่มักจะได้คิดผ่านหรือมองเห็นมุมมองแบบอื่นๆ มากขึ้น)

การเรียนรู้หลายภาษา จึงไม่เพียงแต่เพิ่มโอกาสในการสื่อสาร ด้วยเหตุผลที่ชัดแจ้งอยู่แล้ว หรือเพิ่มความสามารถในการคิด อย่างที่ผมเพิ่งทราบเมื่อได้อ่านหนังสือเตรียมสอบเท่านั้น ผมเชื่อว่าการได้เรียนรู้หลายภาษา ยังเป็นการได้เรียนรู้โลก เรียนรู้วัฒนธรรม และเข้าใจสิ่งที่เราเป็นได้มากกว่าการที่เราเรียนรู้เพียงภาษาเดียว คิดจากมุมมองของวัฒนธรรมเดียว

ส่วนหนึ่งที่ชาวโลกหลายๆ คน มองว่าคนอเมริกันโง่งี่เง่า (ซึ่งอาจจะจริง หรือไม่จริง) ก็มาจากความเชื่อเรื่องของการไม่รู้และไม่สนใจวัฒนธรรมหรือภาษาอื่นๆ ด้วย

If you can speak three languages, you are trilingual.
If you can speak two languages, you are bilingual.
If you can speak only one language, you are an American.

– unknown

6 Comments

Multilingua

[…] evidence shows that the ability to speak two languages provides significant cognitive benefits over speaking only one language. […] They have more linguistic tools for thinking because of their multiple-language abilities.

— Robert S. Feldman, Understanding Psychology, Eighth Edition, pp. 282

กำลังอ่านเตรียมสอบปลายภาควิชาจิตวิทยาอยู่ครับ รู้สึกว่า เป็นวิชาที่คุ้มค่ากับการเรียน แม้จะมีเนื้อหาต้องอ่านค่อนข้างมากก็ตาม (เป็นวิชาเลือกที่หนักกว่าวิชาบังคับ) รู้สึกว่า เปิดมุมมองความรู้ของตัวเองอย่างมหาศาลทีเดียว

(มีดราฟต์อันหนึ่งที่เกี่ยวกับเนื้อหาข้างบน (ที่เอามาจากหนังสือเรียน) อยู่บ้าง เริ่มไว้นานแล้ว และยังไม่เสร็จ (เพราะทิ้งไว้) คาดว่าหลังสอบเสร็จจะลองเอามาแก้และทำให้เสร็จดู)

One Comment