Skip to content →

Tag: bundling

ทำไมถึงแคร์เรื่องผูกขาดบราวเซอร์

เรื่องของตลาดเว็บบราวเซอร์ (web browser) กับ Internet Explorer ของ Microsoft เป็นประเด็นคลาสสิกที่ถกเถียงกันหลายยก นอกจากจะเรื่องมาตรฐานเว็บที่คนหลายคนบ่นแล้ว เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวพันกับเรื่องเชิงกฎหมายและนโยบาย นั่นคือ Microsoft ทำผิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดหรือเปล่า

ประเด็นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สงครามบราวเซอร์ครั้งแรก ระหว่าง Internet Explorer กับ Netscape ที่ฝ่ายหลังแพ้ราบคาบและเสียส่วนแบ่งการตลาดไปแทบจะหมด จุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามนี้คืออะไร? คือการที่Microsoft ตัดสินใจ “พ่วง (bundle)” Internet Explorer เข้าไปในระบบปฏิบัติการ Windows ที่ครองส่วนแบ่งแทบจะทั้งตลาด

ประเด็นปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้ เพราะอะไร? ก่อนหน้านั้นเจ้าที่ครองตลาดบราวเซอร์คือ Netscape ส่วน Microsoft นั้นครองตลาดระบบปฏิบัติการ (operating system) ไมโครซอฟท์ก็ออก Internet Explorer 4 แล้วพ่วงไปกับ Windows เสียเลย ปัญหาเกิดเพราะการกระทำดังกล่าว ถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจเหนือตลาดจากตลาดระบบปฏิบัติการ มาบิดเบือนตลาดบราวเซอร์ ซึ่งทำให้ผู้ใช้หันมาใช้ IE4 กันมาก เพียงเพราะมันอยู่ใน Windows อยู่แล้ว

เห็นจุดตรงนี้ไหมครับ ไมโครซอฟท์ครองส่วนแบ่งการตลาดบราวเซอร์ขึ้นมา ไม่ใช่เพราะผู้ใช้ตัดสินใจเลือก IE4 เหนือ Netscape ด้วยตัวมันเอง แต่เพราะมันแถมมากับวินโดวส์ ตรงนี้เองที่ทำให้มือของกฎหมายเริ่มที่จะเอื้อมเข้ามา เพราะการอาศัยอำนาจจากตลาดที่ตัวเองครองอยู่ ไปทำลายอีกตลาดหนึ่งที่มีการแข่งขันอยู่ โดยใช้วิธีอย่าง bundling นั้น ผิดกฎหมาย (อย่างเมืองไทย กรณีที่ดังที่สุดก็น่าจะเป็นเหล้าพ่วงเบียร์)

ตรงนี้เป็นการตอบข้อสงสัยว่า แล้วที่อย่าง Apple ทำนู่นทำนี่ตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ผิด เพราะ Apple ไม่ได้มีส่วนแบ่งการตลาดสูงขนาดนั้นครับ การพ่วงของ Apple จึงไม่ได้มีอำนาจไปกำหนดตลาด

มองอีกด้านหนึ่ง (ซึ่งเป็นข้อแก้ตัวของ Microsoft ด้วย) ก็คือ มันเป็นเรื่องของนวัตกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สินค้าทางเทคโนโลยีนั้นยังไงก็ต้องมีการเพิ่มเติ่ม feature ใหม่ๆ เป็นเรื่องธรรมดา

กรณีของ Microsoft นี่ ถึงจะโดนในสหรัฐด้วยก็จริง แต่ไปโดนหนักก็ที่สหภาพยุโรปครับ กรณี Windows Media Player ก็โดนมาแล้วทีหนึ่ง เรื่องบราวเซอร์นี่ก็ยังมีปัญหาถึงปัจจุบัน ที่เว็บบราวเซอร์คู่แข่งอย่าง Opera ไปร้อง

อีกคำถามหนึ่งที่คนมักจะตั้งขึ้นมาคือ ไมโครซอฟท์ก็ไม่ได้ไปห้ามใครใช้บราวเซอร์อื่นนี่ อยากใช้บราวเซอร์อื่นก็ดาวน์โหลดมา จบ

ปัญหาของฝ่ายที่ต่อต้านคือ มันเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม อย่างที่ผมเคยเขียนไว้คือ มันมีต้นทุนของการเปลี่ยนแปลง แปลว่าอะไร แปลว่าถ้าเราต้องเริ่มต้นเลือกบราวเซอร์สักอันตั้งแต่ต้น เราก็อาจจะเลือกอะไรสักอย่าง ซึ่ง IE ก็ไม่ได้เหนือไปกว่าบราวเซอร์อื่นอย่างเห็นได้ชัดขนาดที่จะครองส่วนแบ่งถึง 90 เปอร์เซนต์ได้ (เดี๋ยวนี้ไม่ถึงแล้ว) แต่พอมี IE มาให้ปุ๊ป เราก็ต้องมีเหตุผลดีพอที่จะใช้บราวเซอร์อื่น เท่ากับว่า IE ได้ส่วนแบ่งการตลาดของคนที่ไม่คิดว่าจะต้องเปลี่ยนมาทันที

ก็อันนี้ล่ะครับ หลักๆ ว่าทำไมคนถึงแคร์กัน (ประเด็นเรื่องตลาดล้วนๆ ตัดเรื่องมาตรฐานเว็บของ IE) ซึ่งแน่นอนว่า กฎหมายต่อต้านการผูกขาด ก็ย่อมทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ถ้าอย่างนั้นเจ้าตลาดห้ามทำ แต่คนอื่นทำได้ แล้วมันแฟร์ยังไง ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องอภิปรายกันต่อไป

5 Comments