Skip to content →

Midnight in Paris

ถ้าจะมีภาพยนตร์สักเรื่อง ที่ผมรู้สึกยินดีมากๆ ที่ได้ดู แต่ไม่แน่ใจว่าจริงๆ แล้วชอบภาพยนตร์เรื่องนั้นไหม Midnight in Paris ของวูดดี อัลเลนก็คงจะเป็นภาพยนตร์เรื่องนั้นได้

ผมไปดู Midnight in Paris แบบไม่ได้วางแผน ไม่ได้ค้นข้อมูลหรือรู้เรื่องอะไรมาล่วงหน้า ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นหนังของใคร แต่ต่อให้รู้ก็คงไม่ได้มีผลอะไรกับผม (ทีแรกกะว่าจะไปดู ปาดังเบซาร์ / I Carried You Home ที่เอสพละนาด) แต่จริงๆ ถึงจะได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกออกแบบมาไว้สำหรับก่อนดู (ภาพยนตร์ตัวอย่างและเรื่องย่อแบบไม่เปิดเผยเนื้อเรื่อง) ก็คงไม่ได้ทำให้ผมเดาได้ว่า ผมจะเข้าไปเจอกับอะไร

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู และคิดจะไปดู คำแนะนำหนึ่งคือ ทบทวนความรู้ศิลปวัฒนธรรมตะวันตก (โดยเฉพาะสมัยต้นศตวรรษที่ 20) ไว้ น่าจะเป็นประโยชน์ดีครับ

ตัวอย่างภาพยนตร์ Midnight in Paris:

(ส่วนหลังจากนี้ ถ้าอยากได้อรรถรสจากการดูแบบไม่รู้เรื่องมาก่อน ไม่แนะนำให้อ่าน)

 

 

สารที่ชัดที่สุดที่หนังเรื่องนี้นำเสนอออกมา (ที่ว่าชัดที่สุด ก็คงเพราะมันไปอยู่ในไดอะล็อกเสียขนาดนั้น) คงเป็นเรื่องของพวกนอสแทลจิก ที่ชอบเพ้อฝันถึงอดีตอันรุ่งเรือง เป็นยุคทองที่อะไรๆ ก็ดีกว่าชีวิตบัดซบของปัจจุบัน (แถวๆ กรุงเทพฯ ก็หาเจอคนพวกนี้ได้เยอะ)

กิล เพนเดอร์พร่ำเพร้อฝันถึงปารีสในยุคทองแห่งทศวรรษ 1920 ก่อนจะไปตกหลุมรักกับสาวพราวเสน่ห์อาเดรียนาแห่งยุค 1920 ที่ก็พร่ำเพร้อถึงลาแบลเลปอก ที่สนุกที่สุดคือ เมื่อกิลและอาเดรียนาได้ไปเจอกับลาแบลเลปอกจริง ปอล โกแกง (กับอีกสองคนที่ผมไม่มีความรู้พอที่จะจำได้ว่าเป็นใคร) กลับไปเพ้อฝันถึงยุคเรอเนสซองส์เสียนี่ (ส่วนฉากหลังจากนั้นที่กิลคุยกับอาเดรียนา ออกจะเป็นไดอะล็อกที่พูดมากไปหน่อยในความคิดผม)

ตัวอย่างที่กิลยกขึ้นมาคุยกับอาเดรียนาหลังจากตาสว่าง มันเป็นสิ่งที่พวกนอสแทลจิกจงใจจะหลงลืม มันง่ายที่จะมองเห็นความรุ่งเรืองหรือความงดงามของอดีต แต่ก็มักจะลืมคิดกันว่า คุณอยากจะอยู่ยุคสมัยของการแพทย์หนึ่งศตวรรษก่อนหน้าจริงหรือ ชวนให้นึกถีงเวลาพวกนอสแทลจิกพร่ำเพร้อถึงคุณหลวงในละคร คิดว่าจะได้ไปนั่งสบายๆ ให้คนโบกพัดให้ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะไปเป็นข้าทาสโดนเฆี่ยนโดนโบยกันบ้าง

สิ่งหนึ่งที่สามารถสร้างความอึดอัด (แบบที่ไม่จำเป็นต้องเป็นความหมายลบ) ตอนที่ผมนั่งดูเรื่องนี้อยู่ คือการที่มันไม่มีตัวละครหลักไหนเลยที่เราจะรู้สึกได้ว่า “ชอบ” หรือ “เชียร์” ไม่ว่าจะเป็นกิลที่ตอนต้นเรื่องมัวแต่พร่ำเพร้อ อีเนซและเพื่อนขี้อวด (จริงๆ ตัวเพื่อนนั่นก็คงนิสัยคล้ายผมพอดู) ครอบครัวเศรษฐีอเมริกันของอีเนซที่มาพร้อมอุดมการณ์แบบทีปาร์ตี้ ไปจนถึงอาเดรียนา (แม้ว่ามารียง กอร์ตียาร์จะช่างงดงามมีเสน่ห์จับใจเหลือเกิน)

เสียดายอย่างที่ผมไม่มีพื้นความรู้ศิลปวัฒนธรรมเพียงพอจะเข้าใจการอ้างอิงทั้งหมดในหนังได้ อย่างฉากที่กิลได้คุยกับซัลบาดอร์ ดาลี ก็ไม่ได้มีความรู้ว่า ดาลีนั้นเกี่ยวยังไงกับแรด (แต่ก็ยังขำได้อยู่) หรือแม้จะเคยได้ยินชื่อของเฮมิงเวย์ หรือฟิตซ์เจอรัลด์ แต่ก็ไม่ได้รู้ประวัติหรือผลงานของนักเขียนเหล่านั้น (คนแสดงเป็นดาลีคือเอเดรียน โบรดี พระเอกจากเรื่อง The Pianist) การไม่รู้ไม่ได้ถึงกับทำให้ดูไม่รู้เรื่อง แต่ก็คิดว่าน่าจะเข้าใจได้มากกว่านี้ถ้าพอจะมีแบ็กกราวด์มา

โดยรวมแล้ว Midnight in Paris เป็นหนังที่ผมดูแล้ว รู้สึกเป็นบวก อาจจะเรียกได้ว่าชอบ แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากมากนัก แต่ก็รู้สึกว่ามันเจ๋งดีนะ (เขียนอะไรวนไปวนมาดีจริงๆ)

ปล. โดยส่วนตัว คิดว่าที่มาที่พระเอกรู้ว่าคู่หมั้นตัวเองมีชู้ มันโคตรเจ๋งเลยว่ะ

Published in Media

3 Comments

  1. tewson tewson

    สงสัยว่ากิลแม่งพกเงินฟรังก์ด้วยเรอะ

    • สงสัยเหมือนกัน แต่เดาว่าก็คงไม่มีนั่นหละ

      (ยังไงก็คงหาไม่ได้ คงต้องพกของไป barter trade)

  2. เห็นแท็ก spoiler เลยไม่ได้อ่าน (ทั้งที่ค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่ได้ดู)

    แต่ van Gogh มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 19 นี่นา

Comments are closed.