Skip to content →

หนึ่งปีผ่านไป เราแคร์มากขึ้นไหม

เหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนบนโทลล์เวย์ เพิ่งครบรอบหนึ่งปีไป หลายๆ คนคงจำได้ว่า เมื่อตอนที่เหตุการณ์เกิดขึ้นใหม่ๆ กระแสรุนแรงตอนนั้นมันเป็นอย่างไร

ผมไม่ได้ต้องการจะคุยเรื่องระบบยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เพราะผมไม่ได้ติดตามคดี และไม่ได้สนใจอยากจะเปิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องดูตอนนี้

ผมสงสัยแค่ว่า หนึ่งปีที่ผ่านมา สังคม โดยเฉพาะคนที่แสดงความโกรธเกลียดผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นั้น ทำให้สังคมมีทัศนคติด้านความรับผิดชอบในการใช้รถมากขึ้นบ้างไหม

ผมเองเป็นคนที่ยังไม่ขับรถ แต่ได้เคยลองหัดขับมาครั้งหนึ่ง ก็พอเข้าใจที่เคยมีคนบอกมาว่า ลำพังการควบคุมรถให้เคลื่อนที่นั้น ไม่ยากหรอก แต่ในความไม่ยากในการทำให้รถเคลื่อนที่นั้น คนที่ขับรถ กำลังรับผิดชอบชีวิตของตัวเขาเอง ของคนที่อาจจะอยู่ในรถคันเดียวกับเขา และของผู้คนอีกมากมายที่ใช้ถนนร่วมกัน

ตอนนี้ผมยังเป็นคนเดินบนทางเท้า โหนรถเมล์ นั่งแท็กซี่ ผมสามารถได้รับผลกระทบได้จากการขับรถโดยประมาทของใครสักคน

ครั้งหนึ่ง ตอนที่ผมอายุ 17 ผมยังไม่เคยคิดถึงการที่ตัวเองขับรถ (เพราะอายุยังไม่ถึง) ตอนนั้นผมกำลังอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ ในว้นนั้นพวกเรากลุ่มคนอายุไม่มาก (แต่มีคนอายุมากพอขับรถไปกัน) ไปสังสรรค์กันที่บ้านพักริมทะเลสาบของใครสักคน (ฟังดูหรู แต่ก็ไม่ได้หรูเว่อร์นักสำหรับประเทศที่มีทะเลสาบ 187,888 แห่ง) หลังจากเราไปถึงกันตอนบ่ายแก่ๆ ก็เริ่มตระเตรียมอาหาร และเริ่มเปิดไวน์และเบียร์กัน (จริงๆ ตอนนั้นผมก็ยังอายุไม่ถึงที่จะซื้อได้อีกเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ประเด็น)

ผมจำได้ว่า ในกลุ่มนั้นมีหนึ่งคนที่ไม่ได้ร่วมดื่มด้วย เพราะเขาบอกว่า เขาต้องขับรถกลับไปทำธุระในตอนเย็นๆ ค่ำๆ ส่วนคนอื่นนั้นนอนค้างกันหมด

พูดให้ดูเว่อร์ๆ หน่อย สิ่งดูธรรมดามากวันนั้น ทำให้ผมเข้าใจว่า ความรับผิดชอบมันเป็นยังไง ‘ต้องขับรถ ดังนั้นไม่ดื่ม’ มันดูธรรมดามาก แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ผมยิ่งผมว่ามันช่าง noble ยิ่งนัก โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับสังคมที่มักยอมรับว่า กินนิดหน่อยไม่เมาหรอก ยังขับรถได้อยู่

ผมยกตัวอย่างนี้ เพราะอยากพูดถึงความรู้สึกที่ว่า การขับรถไม่ใช่เรื่องใหญ่โตมากนัก

ถึงแม้อาจจะไม่ได้เป็นกันทุกครอบครัว (อย่างน้อยก็ไม่ใช่ครอบครัวผม) แต่ผมก็เจอมาพอที่จะสรุปเอาว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะคิดว่าขับรถกันจริงจังโดยไม่มีใบขับขี่ไม่ใช่เรื่องเสียหาย โอเค ระบบสอบใบขับขี่ของไทยอาจจะไม่ได้โดดเด่นเรื่องการควบคุมเข้มงวดมากนัก แต่อย่างน้อย มันคือใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัฐว่าคุณมีความสามารถพอในการควบคุมวัตถุที่จะเคลื่อนที่เร็วหลายสิบกิโลเมตรต่อชัวโมงที่อาจเป็นอันตรายต่อคนอื่นได้ และนอกจากจะไม่มีใบขับขี่แล้ว การขับตั้งแต่อายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะมีใบขับขี่ อย่างที่เกิดขึ้นในกรณีเมื่อปีก่อน ก็ไม่ได้เป็นเรื่อง “แปลก” ขนาดนั้นในสังคม

เราให้ความสำคัญไหม กับระยะห่างจากรถคนข้างหน้า หรือกับความเร็วที่กำหนดไว้ หรือพิมพ์บนโทรศัพท์ขณะขับรถ

เดินทางปีใหม่ปลอดภัยทุกคนนะครับ

(โฆษณาขับขี่ปลอดภัย จากไอร์แลนด์)

Published in Society

4 Comments

  1. SELF-DRIVING CARS!

    แต่จะว่าไป อ่านเจอเยอะประมาณว่าการอยู่อาศัยในประเทศไทยทำให้ชาวตะวันตก [cynical] ขึ้น
    ชักสงสัยว่าการบริโภคสื่อและวัฒนธรรมตะวันตกทำให้คนไทย [cynical] ขึ้นด้วยหรือเปล่า

    • ไม่ค่อยแน่ใจว่าย่อหน้าที่สองจะสื่อว่าอะไร

      • ลืมไปแล้วเหมือนกัน (ประเด็นน่าจะอยู่ตรงกลางที่ละไว้)

  2. ป.ล. สูงส่ง?

Comments are closed.