Skip to content →

หนังสือขายดี

วันก่อน ขณะกำลังคิดว่าจะหาหนังสืออ่านเล่นอะไรมาสำหรับช่วงนี้ดี เพราะช่วงหลังๆ ไม่ค่อยได้ซื้อหนังสืออ่านเล่นสบายๆ เท่าไหร่ และหนังสือก็ติดค้างอยู่ในบ้านที่น้ำท่วมอยู่ (น้ำคงท่วมไม่ถึงหนังสือ แต่มันไม่คุ้มที่จะเข้าไปเอา) ก็ได้คำถามเล่นๆ ขึ้นมาในหัวว่า เวลาหนังสือต่างๆ โฆษณาว่าเป็น “หนังสือขายดี” นั้น มันบอกอะไรกับเราที่กำลังพิจารณาเลือกหนังสือบ้าง?

ก่อนที่จะพูดถึงหนังสือ ลองมาคิดถึงกรณีทั่วๆ ไปก่อน ปรกติแล้ว เวลาเราคิดถึงร้านอาหารขายดี กาแฟกึ่งสำเร็จรูปขายดี น้ำยาล้างจานขายดี ฯลฯ มันบอกอะไรกับเรา

ในกรณีนี้ ยอดขายของสินค้า จะมาจากการซื้อซ้ำ ซึ่งหากเรา assume ว่าคนที่ซื้อซ้ำนั้นมีความพึงพอใจกับสินค้าถึงได้มาซื้อซ้ำ เราก็พอจะสรุปได้ว่า สินค้านั้นมีคนพึงพอใจเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ว่ามันจะไม่การันตีว่าเราเองจะพึงพอใจกับสินค้านั้นด้วย แต่ก็พอจะเพิ่มความน่าจะเป็นที่เราจะพอใจสินค้านั้นได้

ทีนี้ พอมาพูดถึงหนังสือ หนังสือเป็นสินค้าที่คนส่วนใหญ่ซื้อครั้งเดียว (จะมีซื้อซ้ำบ้างก็คงไม่ใช่ส่วนใหญ่) ดังนั้นยอดขายที่สูง บอกได้เพียงว่า มีคนจำนวนมากซื้อสินค้านี้ไป

โดยปรกติแล้ว เราไม่สามารถบอกได้ว่า คนที่ซื้อจะพึงพอใจกับหนังสือนั้นหรือไม่ จนกว่าจะได้นำไปบริโภค (อ่าน) ก่อน ซึ่งบางคนที่อ่านและพบว่าพึงพอใจจึงมาซื้อ คงจะบอกได้ว่า ซื้อเพราะพอใจ แต่ถ้าซื้อโดยที่ยังไม่ได้อ่านเต็มที่ เราก็บอกได้เพียงว่า คนซื้อคนนั้น “คาดหวัง” ว่าหนังสือจะให้ความพึงพอใจได้

ดังนั้น hypothetically หนังสือที่มียอดจำหน่ายหนึ่งแสนเล่ม ก็อาจจะเกิดจากคนหนึ่งแสนคนที่ซื้อคนละเล่ม โดยที่ในท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครในหนึ่งแสนคนนั้นพอใจกับหนังสือเล่มนั้นเลยก็ได้ (ถ้าร้านก๋วยเตี๋ยวทำยอดขายจากการหาลูกค้าใหม่มาเรื่อยๆ โดยไม่มีลูกค้าเก่ากลับมา เราก็คงพูดได้อย่างเดียวกัน)

ถ้าเป็นอย่างนั้น สิ่งที่เราสามารถ induce หรือ deduce ได้จากการเป็นหนังสือขายดี ก็น้อยกว่าการเป็นกาแฟกระป๋องขายดีอยู่มาก แล้วการโฆษณาว่าเป็นหนังสือขายดี มันบอกอะไรเราหรือไม่

ความหมายของการเป็นหนังสือขายดี น่าจะเกิดจากการ assume ว่า ยอดขายในระดับขายดี ไม่เกิดจากการที่คนบังเอิญมาเห็นหนังสือแล้วซื้อไปอ่าน แต่เกิดจากการที่ได้รับข้อมูลมาจากการบอกต่อ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดย influencer เช่น คอลัมนิสต์) ซึ่งถึงแม้ว่าแต่ละคนจะซื้อเพียงเล่มเดียว แต่การบอกต่อที่ทำให้มีลูกค้ารายใหม่มาซื้อจึงให้ผลใกล้เคียงกับการซื้อซ้ำนั่นเอง

Published in Big Questions

2 Comments

  1. Masatha Masatha

    หลักการนี้ใช้ได้เหมือนกับการดูหนังรึเปล่า?

    • ไม่น่าต่างกันครับ (ตอนผมคิด ก็คิดรวมไปถึงหนัง และรวมไปถึง rating โดยเปรียบเทียบของแต่ละ episodes ใน series ด้วย)

      คล้ายๆ ความนิยมระลอกแรกระลอกสองที่ก้อนเคยเขียนนั่นแหละครับ

Comments are closed.