Skip to content →

ลองจับ Kobo eReader

จริงๆ เมื่อวานก็เขียนเรื่องเกี่ยวกับ e-book reader ค้างไว้ เนื้อหาก็ประมาณว่า เปรียบเทียบตัวเลือกระหว่าง Kobo กับ Kindle หลังจากได้เห็นดีลของ Kobo eReader แต่วันนี้มีธุระที่ธนาคาร ไหนๆ ก็มีร้านหนังสือในเครือ Indigo (ที่จำหน่าย Kobo ในแคนาดา) อยู่ใกล้ๆ อยู่แล้ว ไปลองดูของจริงเลยดีกว่า

ก่อนหน้านี้ ความตั้งใจของผมเกี่ยวกับ e-book reader คือว่า จะรอมันอีกสักพัก เหตุผลหนึ่งคือ รอให้เทคโนโลยีมันเหมือนหนังสือ “ยิ่งกว่านี้” เช่น เรื่องการ skim เปิดผ่านเร็วๆ (ที่เอาจริงๆ ผมก็ยังไม่เห็นค่อยทราบแน่ชัดว่า ในตลาดเทคโนโลยีตอนนี้มันถึงขนาดไหนแล้ว) ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ รอให้สามารถใช้อ่านหนังสือภาษาไทยได้ ทั้งในด้านเทคโนโลยี และตัวสื่อภาษาไทยเอง (กะว่า ถ้าอ่านภาษาไทยได้ การใช้งานก็น่าจะคุ้มค่ากว่าซื้อมาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอย่างเดียว)

ผมเองก็โดนยั่วมาบ้างแล้ว แต่ล่าสุด สมาชิกท่านหนึ่งในเฟซบุกก็ทำการยั่วอย่างรุนแรงด้วย Kobo eReader ที่ลดราคาเหลือ 99 ดอลลาร์จากเครือ Borders/Chapters/Indigo (มันลดราคาเพราะออกรุ่นใหม่นั่นแหละ) ทำให้หันมาดูตลาด e-book reader อีกครั้ง

เท่าที่ถามมาวันนี้ ที่สาขานี้ไม่มีรุ่น Classic (ไม่มี Wi-Fi) ที่ราคา 99 เหรียญแล้ว (เท่าที่เช็คในเว็บไซต์เมื่อวาน สาขาอื่นในออตตาวายังมี) แต่มีรุ่น wireless ให้ลองเล่นอยู่ ก็เลยไปลองถามๆ แล้วก็เล่นๆ ดูเสียเลย

ดูหน้าตาของเจ้า Kobo eReader ได้ที่นี่

เท่าที่ได้ลองอ่านรีวิวก่อนหน้านี้ แรกเริ่มเดิมทีแล้ว เครื่องอ่านจาก Kobo นั้นมีจุดขายในเรื่องของความเรียบง่าย (เพราะมันอ่านได้อย่างเดียว) และราคาถูก เพราะก่อนหน้านี้ Kindle ของแอมะซอนวางราคาอยู่ที่เกินสองร้อยดอลลาร์ (รุ่นแรกอยู่ที่ประมาณสี่ร้อยดอลลาร์) แต่พอ Kindle ตัวล่าสุดราคาเริ่มต้นที่ 139 ดอลลาร์สหรัฐ Kobo ก็ดูจะไม่ได้เปรียบเรื่องราคาเท่าไรนัก ตอนนี้รุ่น Wireless ของ Kobo ราคาอยู่ที่ 149 ดอลลาร์แคนาดา ก็คงจะต้องเอามาเปรียบเทียบกับ Amazon Kindle Wi-Fi อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมเองไม่เคยสัมผัสเครื่องอ่าน e-book มาก่อนเลย อันนี้เป็นครั้งแรกที่พอจะมีประสบการณ์แบบ first hand ดังนั้นก็คงไม่สามารถเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของรายอื่นได้ นอกจากส่วนของ spec หรือ feature ที่เห็นได้ชัดเจน และย้ำว่านี่เป็นเพียงการ “ลองจับ” เท่านั้น ไม่ได้ลองใช้งานจริงจังแต่อย่างใด

ในส่วนของภายนอก Kobo มีปุ่มด้านหน้าวางอยู่ทางด้านมุมขวาล่าง โดยสามารถ navigate สี่ทิศทาง และกดตรงกลางได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มด้านข้างซ้ายสี่ปุ่ม คือ Home, Menu, Shop, และ Back ตอนที่จับนั้นรู้สึกไม่ถนัดเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเพราะตัวเครื่องมีสายดึงรั้งอยู่ด้านหลัง ทำให้การพยายามจับตรงมุมให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างหนัก (เพราะมันโดนดึงอยู่) โดยส่วนตัวไม่ค่อยจะตำแหน่งของปุ่มด้านหน้าเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้ามันเข้ามาข้างในอีกนิดน่าจะจับได้สบายขึ้น (ข้อสังเกตคือ มันถืออ่านด้วยมือซ้ายมือเดียวไม่ได้)

Kobo มีหน่วยความจำภายในเครื่อง 1 GB และสามารถใส่หน่วยความจำเพิ่มแบบ SD ได้อีก 4 GB ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าใส่เฉพาะ e-book หน่วยความจำในตัวเครื่องก็ค่อนข้างเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป (นอกจาก e-book แล้ว ที่จะใส่ได้ก็คือ PDF) ฟอร์แมตที่ใช้นั้นเป็น EPUB ซึ่งอาจจะเป็นข้อได้เปรียบอันหนึ่งเมื่อเทียบกับ Amazon Kindle ที่ใช้ฟอร์แมตเฉพาะก็ได้

รีวิวที่เคยอ่านนั้นบอกว่า Kobo มีการเปลี่ยนหน้าที่ค่อนข้างช้า ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามีการปรับปรุงขึ้นมาบ้างหรือไม่ (เนื่องจากไม่เคยเห็นของเจ้าอื่น ก็ไม่รู้ว่าที่เร็วกว่านั้นขนาดไหน) โดยส่วนตัวถ้าเทียบกับการใช้งาน ก็ยังรู้สึกว่า พอรับได้กับการอ่าน แต่ช้าไปนิดถ้าต้องการจะเปิดผ่านๆ เร็วๆ

Kobo นั้นออกแบบมาเป็นเครื่องอ่าน e-book เพียงอย่างเดียว ฟังก์ชันของมันทั้งหมดก็เกี่ยวกับการอ่าน โดยรุ่นนี้สามารถซื้อหนังสือในตัวได้ ผ่าน Wi-Fi สามารถปรับขนาดตัวอักษร และแบบอักษรระหว่าง serif กับ sans serif ได้ ไม่มีเว็บเบราว์เซอร์หรือสื่ออื่นๆ อย่างฟังเพลง

อย่างที่เห็น Kobo ไม่มีการ input ข้อมูลอื่นนอกจากปุ่มด้านหน้าและปุ่มด้านข้าง เทียบกับ Kindle ที่มีการ input ผ่านคีย์บอร์ดด้วย ดังนั้น Kobo จึงไม่มีฟังก์ชัน annotation ให้ใช้ได้

นอกจากนี้ Kobo ไม่สามารถ bookmark ไว้เป็นจุดๆ หลายๆ จุดได้ (อันนี้ไม่ทราบว่าเจ้าอื่นทำได้หรือไม่) โดยมันจะจำเฉพาะที่อ่านค้างไว้ล่าสุดเท่านั้น ในด้านของการ browse มีให้เลือกเพียงบท แต่ไม่สามารถระบุไปที่หน้าหรือตำแหน่งภายในบทเร็วๆ ได้ (ระบบเลขหน้าจริงๆ แล้วก็ใช้ไม่ได้เนื่องจากถ้าปรับขนาดตัวอักษร เลขหน้าก็จะเปลี่ยน) ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่ค่อยเหมาะกับการอ่านเพื่อค้นคว้า ที่จะต้องมีการเปิดไปมาระหว่างเนื้อหาที่ต้องการ สักเท่าไหร่นัก

โดยสรุปแล้ว คิดว่า Kobo เหมาะกับการอ่านแบบทั่วๆ ไป คืออ่านตั้งแต่ต้นจนจบไปเรื่อยๆ เหมือนอ่านหนังสือปรกติ แต่ยังไม่สามารถทดแทนหนังสือแบบกระดาษในด้านอื่นๆ ได้ เช่น การเปิดหาหน้าแบบเร็วๆ การคั่นหน้าเนื้อหาที่ต้องการ การจดหรือเน้นเนื้อหาที่สำคัญ จึงยังไม่เหมาะถ้าจะนำมาใช้ช่วยในการศึกษา ค้นคว้า เขียนรายงาน อะไรทำนองนั้น โดยส่วนตัวคิดว่ายังไม่ประทับใจ คงต้องลองดู Kindle หรือไม่งั้นก็คงรอไปอีกสักหน่อย คิดว่าในช่วงปีสองปีข้างหน้านี้ น่าจะได้เห็นการแข่งขันและการพัฒนากันพอสมควร

Published in Technology