Skip to content →

เรตหนัง เป็นเรื่อง information

ผมเคยได้ยินคำถามที่ว่า จะมีการจัดเรตภาพยนตร์ไปทำไม ถ้าเด็กก็ยังเข้าไปดูได้

คำตอบของคำถามนี้สำหรับผมคือ เพราะการจัดเรตภาพยนตร์ เป็นเรื่องของการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค เพื่อให้เลือกสินค้าที่ต้องการได้ตรงยิ่งขึ้น

เคยมีกรณีอย่างหนังเรื่อง Watchmen ที่มีพ่อแม่พาลูกไปดูเพราะคิดว่าเป็นหนังเด็ก แต่จริงๆ แล้วเป็นหนังหนัก (ได้เรต R โดย MPAA ในสหรัฐ และ 15-18 ในประเทศส่วนใหญ่) ถามว่ากรณีนี้อย่างนี้ใครผิด

สำหรับผม ความผิดส่วนหนึ่งน่าจะตกอยู่ที่ผู้ปกครองเอง ที่ไม่ศึกษาว่ากำลังทำอะไรอยู่ (อย่างน้อยก็กับหนังที่สามารถหาข้อมูลได้ไม่ยากอย่างหนังอเมริกันแบบนี้) แต่ส่วนหนึ่ง เราสามารถ improve outcome ได้โดยการทำให้ข้อมูลมันเปิดเผยยิ่งขึ้น

แน่นอนว่า โดยธรรมชาติของหนังนั้น ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดในเรื่องก่อนการบริโภคได้ หนังบางเรื่องยังแอบ disguise ตัวเองอีกต่างหาก (อย่างรักแห่งสยาม)

การจัดเรต จึงเป็นการบอกว่า เรากำลังจะเจอกับอะไร ในหนังเรื่องนี้ และผู้ปกครอง (ซึ่งโดยหลักควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อ welfare ของเยาวชนในปกครอง ไม่ใช่โยนให้รัฐทำอย่างเดียว) ก็สามารถควบคุมการบริโภคหนังได้ง่ายยิ่งขึ้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะมีการควบคุมที่โรงภาพยนตร์ (ตรวจบัตร) หรือไม่ก็ตาม การจัดเรตก็มีประโยชน์ในตัวมันเองอยู่แล้ว ในฐานะการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าแก่ผู้บริโภค ส่วนการตรวจบัตรนั้น ก็เป็นเรื่องว่ารัฐควรจะมีส่วนช่วยดูแลแทนผู้ปกครอง (ที่ไม่อาจดูแลได้ตลอดเวลา) มากกว่า

Published in Society

5 Comments

  1. เห็นด้วยครับ

    ถ้ามีตรวจบัตรน่าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    อย่างตอนนี้การ์ตูนก็มีขึ้นปกทุกเล่มว่าเหมาะสำหรับวัยไหน

    (ว่าแต่การ์ตูน หรือหนังสือนี่ ทีมจัดเรท ทีมเดียวกับภาพยนตร์ และ รายการโทรทัศน์รึเปล่าหว่า?)

  2. หนังสือ การ์ตูน และเกมยังไม่ได้มีการจัดเรทตามกฎหมายครับ (มั่วๆ กันเองได้)

  3. ผมเห็นด้วยกับการที่ว่า หนังเรื่องนี้เรทอายุเท่าไร แต่ผมคิดว่า ถ้าไม่จำกัดอายุจะดีเหมือนกัน เพราะผมมองว่า ถ้าเด็กบางคนเกิดอยากดูหนังเรทไม่ตรงอายุ แต่สมองเขาเข้าใจได้ก็ ok นะ ตอนผม ม ปลาย ผมยังดูหนังเข้าใจยากๆเลย พวกที่ควรจัดเป็น 18+ ทั้งหลาย (ไม่ใช่ AV) ก็เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ผมก็มีความสุขดีนะ

  4. วันก่อนไปดู District 9 มา ณ เมเจ้อร์ฯ รังสิต

    หนังดีโคตร ๆ

    ติดอยู่อย่างหนึ่ง ข้าง ๆ เป็นแม่ลูก คุณลูกนี่วัยประถม พอถึงฉากยิงกันเละ (เละจริง ๆ) คุณลูกก็โผกอดคุณแม่ ครางฮือ

    ไม่รู้จะโทษแม่หรือโทษโรงหนังดี

  5. Chayanin Chayanin

    @masatha เห็นต่างเล็กๆ กับที่พี่ก้อนสรุป (ว่าตรวจแล้วจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น) เพราะผมยังไม่คิดว่า การที่เด็กอายุ 15 ดูหนัง 18+ แล้ว social welfare จะลดเสมอไป ยังไงผมว่ามันก็เป็นสองประเด็น ประเด็น information กับประเด็นบังคับ และประเด็น information การบังคับไม่ได้ทำให้มีประสิทธิภาพขึ้นเสียทีเดียว

    ถ้าบังคับ ถามว่า ระหว่างวิจารณญาณของพ่อแม่กับวิจารณญาณของรัฐ อันไหนเหนือกว่ากัน? ถ้าพ่อแม่มองว่าลูกตัวเองโตพอดูหนัง 18+ ได้ รัฐจะยอมให้ดูมั้ย?

    จริงๆ ถ้าเอาประเด็น information คนจัดเรตไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐก็ได้ (ถ้าไม่ต้องการผลทางกฎหมายที่จะบังคับ) อย่าง MPAA ของสหรัฐก็ไม่ใช่รัฐ (ทุกอย่างเป็น social sanction หมด เป็นมาตรฐานภายในอุตสาหกรรมนั้นๆ เอง) อย่างเกม การ์ตูน ที่พี่ณัชบอก ถ้าเราเชื่อถือว่ามันได้มาตรฐาน มันก็ทำหน้าที่ได้เหมือนกัน (เพียงแต่มันอาจจะยากหน่อยที่จะมีเอกชนเป็นคนกลาง เพราะ business model ไม่เอื้อ)

    @Zerothman +1 informative

    @crazyoxy เราว่าเราก็ดูหนังเรต R ตั้งแต่อายุไม่ถึง 17 เหมือนกันนะ (อย่างน้อย Passion of the Christ ก็เรื่องนึงล่ะ)

    @tewson ผมว่าแม่นะ

Comments are closed.