Skip to content →

ว่าด้วยภาษาและการสะกด

เคยมีเพื่อนคนหนึ่งพูดกับผมว่า ผมมักจะใส่ใจในรายละเอียดที่คนอื่นเขาไม่ใส่ใจกัน

ยังไงน่ะเหรอ?

เวลาจะพิมพ์งานส่ง ผมจะใส่ใจมากกับความสม่ำเสมอและความสวยงามของหน้าเอกสาร หรืออย่างล่าสุดที่เพื่อนต้องการรูปตอนเด็กไปทำกิจกรรม ผมพยายามนั่งค้นหาฟิล์มไปอัดรูป เพราะเอารูปที่อัดแล้วไปสแกนเพื่ออัดใหม่ จะได้คุณภาพของภาพที่ไม่ดี (แต่สุดท้ายก็หาไม่เจอ)

เรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกใส่ใจค่อนข้างมาก คือเรื่องการสะกดคำ (จริงๆ เรื่องนี้คนจำนวนมากก็ใส่ใจ แต่ในขณะเดียวกันคนจำนวนมากก็ละทิ้งไปเลย)

มันอาจจะดูน่าแปลกอยู่บ้าง กับคนที่ไม่นิยมธรรมเนียมประเพณี ที่จะมานั่งใส่ใจกับภาษาวิบัติ ซึ่งจริงๆ นั่นก็ไม่ใช่จุดที่ผมใส่ใจ จะเห็นได้ว่า ภาษาที่ผมใช้ก็ไม่ใช่ภาษาที่ดีเท่าไหร่นัก เต็มไปด้วยภาษาพูด (“เท่าไหร่” “ยังไง”) การใช้วรรคตอนก็ไม่ยึดตามราชบัณฑิตฯ (ราชบัณฑิตเขาบอกว่า เครื่องหมาย “ๆ” จะต้องวรรคทั้งหน้าและหลัง) แถมยังใช้ไทยคำอังกฤษคำอยู่เป็นประจำ (อันนี้พยายามหลีกเลี่ยงอยู่ ที่เห็นเขียนมาได้เป็นภาษาไทยทั้งหมด บอกได้ว่า หลายคำผ่านการแปลมาแล้ว -ฮา) และชอบใช้วงเล็บอย่างมากเกินความจำเป็น (เห็นๆ กันอยู่)

แล้วจริงๆ ผมใส่ใจเรื่องอะไรล่ะ? (แปลจากคำว่า “แคร์”)

ถ้าให้ผมดูตัวเอง ผมคิดว่า สิ่งที่ผมใส่ใจมากกว่าคือ การทำให้เป็นมาตรฐาน และความสม่ำเสมอ (แปลจาก standardisation กับ consistency) ซึ่งผมเห็นว่า สำคัญมากในการติดต่อกับคนอื่น

อันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นความนิยมของผมเอง ที่บ้าความสม่ำเสมอในเรื่องนี้ (คือ คนเขียนอาจจะไม่ผิด แต่ผมไม่ชอบ) กับอีกส่วนหนึ่งก็มีเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกว่า มันไม่ดี

ลองนึกดูว่า คุณบอกระยะทางว่า เดินไป 50 ก้าว คำถามคือ แล้วก้าวใครวะ? ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีหน่วยวัดอย่าง เมตร ขึ้นมา (แล้วลองนึกดูว่า ถ้า หนึ่งเมตร ของแต่ละคน ไม่เท่ากัน จะเกิดอะไรขึ้น)

เนื่องจากภาษาเป็นเครื่องมือในการติดต่อกับคนอื่น มันเลยจำเป็นที่จะต้องเป็นมาตรฐาน ทุกคนจะได้เข้าใจตรงกัน

สิ่งที่ทำให้การใช้คำถูกความหมายเป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ

ส่วนเรื่องการสะกดคำ อธิบายได้ว่า ปกติคนเราจะไม่ได้นั่งประสมหน่วยเสียงกันตลอดเวลาครับ เราอาศัยความเคยชินที่ทำให้เราอ่านได้อย่างรวดเร็ว

เราอาจจะบอกได้ว่า อย่างนั้นถ้าเราชินกับภาษาผิดๆ มันก็เร็วได้นี่นา

ใช่ครับ แต่เมื่อใดก็ตามที่มันไม่เป็นมาตรฐาน เท่ากับว่า เราอาจจะต้อง สร้างความคุ้นเคยกับภาษาห้าสิบแบบ เพื่อติดต่อกับคนห้าสิบคน

ผมขี้เกียจน่ะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาอ่านอะไรยาวๆ (คือ จะพิมพ์มาใน messenger ผมก็ไม่ว่าเท่าไหร่หรอกครับ แต่ให้มาอ่านเป็นย่อหน้าใน forum นี่ ปวดหัวมาก)

ผมเองเชื่อว่าภาษาเปลี่ยนแปลงได้ (และโดยส่วนตัวก็อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงบางประการเกิดขึ้นกับภาษาไทย) และเรามีสิทธิที่จะเลือกไม่ทำตามมาตรฐานเหมือนกัน ผมเองก็ไม่ได้คิดว่าน่าจะต้องทำอะไรมากกว่า “เขียนมาให้อ่านรู้เรื่องได้มั้ย?” เท่านั้นล่ะครับ (ส่วนเขาจะทำหรือไม่ ก็เรื่องของเขา และผมจะอ่านหรือไม่ ก็เรื่องของผมเหมือนกัน)

หมายเหตุ: จริงๆ เรื่องนี้ไม่เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น กับภาษาอังกฤษผมก็เป็น โดยเฉพาะกับผู้ใช้ภาษาอังกฤษบางคน ที่สับสนกับ their, there,they’re หรือ  your,you’re เพราะมันทำให้ผมอ่านช้าลงจริงๆ (ความผิดพลาดประเภทนี้เกิดกับคนไทยน้อยกว่ากับเจ้าของภาษาเองเสียอีก เพราะเขาผูกคำกับเสียง แต่เราจะผูกคำกับความหมาย) และนอกจากเรื่องการสะกดแล้ว ผมจะยินดีมาก ถ้าใครหลายๆ คนในเว็บบอร์ด สามารถรู้จักการแบ่งสิ่งที่จะพิมพ์ออกเป็นย่อหน้าได้

หมายเหตุสอง: ผมไม่ได้นิยมการควบคุมภาษาจากส่วนกลางเลยครับ

Published in Society

8 Comments

  1. ทำไมไม่ใช่ปัจฉิมลิขิต?

    ว่าแต่ ก็ชอบมีมาตรฐานเหมือนกันนะ อย่าง… เนี่ย ก็จะพยายามให้มีสามจุดเสมอ (ฮา)

    เห็นด้วยในหลายๆ ประการเลยครับ (สรุป)

  2. Oat Oat

    ถูกใจตรง “ส่วนเขาจะทำหรือไม่ ก็เรื่องของเขา และผมจะอ่านหรือไม่ ก็เรื่องของผมเหมือนกัน”
    ดูกำปั้นทุบดินดีครับ

    แต่ไม่เข้าใจคำว่า “การควบคุมภาษาจากส่วนกลาง” หมายถึงยังไงครับ ช่วยนิยามหรือแปลความหมายหน่อย

  3. ผมก็เป็นคนที่บ้าวงเล็บเหมือนกันแฮะ สำรวจตัวเองแล้วมันเกิดจากการพิมพ์ไปแล้วกลับมาพิมพ์เพิ่ม แต่ก็รู้สึกว่าถ้าแก้ไปเลยมันไม่แฟร์ (ยุติธรรม!) กับคนอ่าน เลยใส่เป็นวงเล็บไว้ ประมาณว่าเฮ้ย ลึก ๆ กูคิดอย่างนี้

    ส่วนเรื่องการใช้ภาษาไทยปนภาษาอังกฤษ อันนี้ผมว่าถ้ามันต้องปน ก็ปนไปเลยครับ บ่อยครั้งที่เราต้องใช้คำนั้น แต่ไม่สามารถแปลคำนั้นได้จริง ๆ หรือคำภาษาอังกฤษมันแสดงอารมณ์ได้ดีกว่า ตัวอย่างของคนที่ใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษปนกันแล้วผมรู้สึกไม่ขัดใจคือ อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

    ผมไม่ชอบการลดรูปการสะกด เช่น โทรสับ เด๋ว เพราะมันทำให้ผมอ่านช้าลงเช่นกัน ยกตัวอย่างพอเห็นคำว่า “โทรสับ” แล้ว คำว่า “สับ” มันเข้าหัวมาด้วย (เพราะคำว่า “โทร” มันมีความหมายในตัวเอง ถูกตัดแยกจาก “สับ” ไปแล้ว) หรือเวลาเห็น “เด๋ว” แว้บ ๆ เนี่ย จะนึกถึงคำว่า “เด๋อ” ทุกที

    แต่ผมชอบการเพิ่ม หรือแต่งเติมการสะกด เพื่อแสดงอารมณ์ เช่น จาก “น่ารักมาก” เป็น “น่ารักมวาาก” หรือ “คึคึ” / “ฮุฮิ” / “งุงิ” นะ มันทำให้รู้สึกว่าไอ้ที่อ่านอยู่น่ะ มีคนจริง ๆ อยู่เบื้องหลัง

    กึกึ

  4. เพิ่งสังเกตว่า layout ผังนี้ ทำให้ comments หมายเหตุ การตอบกลับ มี indent ย่อหน้าอันยักษ์คลุมสามบรรทัดบน พอมาบรรทัดสั้น ๆ แบบณัชเห็นทีแรกงงไปนิดหนึ่ง

  5. ลืม… ขอแก้ <s>comment</s> การตอบกลับก่อนหน้านะครับ:

    เพิ่งสังเกตว่า <s>layout</s> ผังนี้ ทำให้ <s>comments<s> <s>หมายเหตุ</s> การตอบกลับ มี <s>indent</s> ย่อหน้าอันยักษ์คลุมสามบรรทัดบน พอมาบรรทัดสั้น ๆ แบบณัชเห็นทีแรกงงไปนิดหนึ่ง

  6. – กำลังคิดว่าป่านจะรู้สึกยังไง(อย่างไร) บ้างเวลาอ่านเมล์ของพี่กานต์ (ฮา)

    – ยังไม่ค่อยเข้าใจคำว่า มาตรฐาน กับ คำว่า สม่ำเสมอเท่าไหร่… อ่านๆ ไป เข้าใจว่าคำว่ามาตรฐานของป่านแปลว่า ‘มีมาตรฐานที่ฅนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจ’ ซึ่งผมคิดว่าปกติ แล้วฅนทุกฅนก็น่าจะใส่ใจกับเรื่องนี้ทั้งนั้น (เว้นแต่จำพวกฅนที่ใช้ภาษาแอ๊บแบ๊วจริง ๆ)

    ส่วนคำว่าสม่ำเสมอ…อันนี้ไม่ค่อยเข้าใจว่า สม่ำเสมอของป่านแปลว่าอะไร (แปลว่า ถ้าจะใช้ไทยคำอังกฤษคำ ก็ใช้ให้ตลอด ไม่กลับไปกลับมา อย่างนั้นรึเปล่า?)

    โหวตการให้ความสำคัญกับย่อหน้าด้วยฅนครับ

  7. noll noll

    I kind of[was going to type kindna =.=”] agree with you and I’m trying to do the same with my English since I imagine, I will be writing essays again quite soon. Your attempt to write in Thai help me remember Thai vocabulary and make your writing more credible[in the eyes of some people] which is good but I find it somewhat more difficult for me to read since I’m used to talking to you and reading your writing in Thai+English.

    PS. The new layout does make it more difficult to read comments.

  8. Chayanin Chayanin

    Zerothman: ชอบคำว่าหมายเหตุมากกว่าแฮะ

    Oat: ที่ว่าไม่ชอบการควบคุมภาษาจากส่วนกลาง พูดง่ายๆ คือ มีองค์กรแบบราชบัณฑิตฯ มากำหนด(dictate) การใช้ (usage) แทนที่จะ driven by community มันอาจจะดูขัดกับความคิดที่ว่า ชอบการมีมาตรฐาน อยู่บ้าง แต่อันนี้หลักๆ จะเป็นในแง่ของการเมืองด้วย

    tewson: ผมไม่มีปัญหาอะไรกับความพยายามเลียนเสียงพูดนะ เพราะภาษาเขียนก็จะสื่ออารมณ์แบบภาษาเขียน ผมเองก็ชอบพิมพ์แบบนี้มากกกกกกกกกกกก แต่ไม่ชอบเวลาพิมพ์ผิดตลอดหน้า โดยไม่เกี่ยวกับการเลียนเสียงแสดงอารมณ์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกไม่ย่อหน้าเนี่ย ถึงย่อหน้าจะไม่มีในภาษาไทยสมัยอยุธยาก็เถอะ)

    เรื่องภาษาไทยปนอังกฤษ บางทีผมเจอปัญหาตรงที่ คิดคำสองคำเป็นคำภาษาอังกฤษทั้งคู่ แต่เรียงกันใน syntax แบบไทย แล้วมันมาติดกัน ทำให้ดูแปร่ง เพราะภาษาอังกฤษมันไม่ได้เรียงแบบนั้น อย่างเช่นข้างบน ถ้าผมเขียนว่า dictate usage มันจะดูเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่

    Paul012: นั่นสิ layout นี้ส่วนคอมเมนต์อ่านยากแฮะ แต่ส่วนอื่นมันสวยอ่ะ ชอบ

    ก้อน: ชินภาษาพี่กานต์แล้วครับ (ฮา) จริงๆ มาตรฐาน ก็เกี่ยวกันกับความสม่ำเสมอครับ จะว่าไปก็เริ่มมึนว่า ตอนเขียนทีแรก คิดเรื่องความสม่ำเสมอไว้ในแง่ไหน (อ้าว) คือเหมือนกับว่า เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมาตรฐานน่ะครับ ผมคิดในสองแง่คือ การทำการใดๆ ระหว่างสามารถทำได้เพราะอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน กับใช้ที่ไหนก็เหมือนกัน (เช่น แมว ก็เป็นแมว ไม่ใช่อีกที่เป็น แมลล์)

    noll: I don’t mind ‘kinda’. I use it myself. *laugh. It’s speech-like. But I usually hate the text language, like 2 l8 4u, and as I said, those they’re/there/their mistakes.

    จะต้องเปลี่ยน theme อีกมั้ยเนี่ย ชอบส่วนอื่นของอันนี้ แต่คอมเมนต์อ่านยากจริง (free WordPress.com มันปรับเองไม่ได้)

Comments are closed.