Skip to content →

จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่งต่อ ดัชนีชี้วัดกังขาคติ

ในกลุ่มประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ส่งต่อ หรือที่เรียกติดปากว่า ฟอร์เวิร์ดเมล เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากน่าจะคุ้นเคย ในบรรดาอีเมลที่มีการส่งต่อมาเอง ก็แบ่งได้ออกเป็นหลายประเภท ซึ่งหลายๆ ครั้ง ฟอร์เวิร์ดเมลเป็นสิ่งที่บ่งบอกลักษณะหลายๆ อย่างของผู้ส่ง

หลายๆ ครั้ง ฟอร์เวิร์ดเมล ก็เป็นบทความหรือพาวเวอร์พอยต์พรีเซนเทชันดีๆ แต่หลายๆ ครั้ง ฟอร์เวิร์ดเมลก็เป็นเรื่องที่หลายคนหัวเราะ (ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยส่งต่อจดหมายพวกนี้มากนัก ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ขี้เกียจ)

หลายๆ ครั้ง ผมก็ไม่อยากเชื่อว่า อีเมลประเภท “ไมโครซอฟท์แจกเงิน” หรือ “MSN จะเก็บเงิน” ให้ส่งอีเมลต่อไป ยังคงดำรงอยู่ได้เรื่อยๆ เช่นเดียวกับอีเมลประเภท “ส่งต่อ แล้วเด็กที่น่าสงสารคนนี้จะได้ฉบับละสิบเซนต์”

ถ้าผมมองโลกในแง่ดี คนที่ส่งต่ออีเมลเหล่านี้ อาจจะไม่ได้มองอะไรไปมากกว่ามหรสพออนไลน์ ประเภท “อย่างนี้ก็มีด้วย” ส่วนอีเมลเด็กน้อยที่น่าสงสาร คือสื่อธรรมะที่เตือนสติประชากรอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็เป็นไปได้มาก เพียงแต่ว่า ผมเองไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เวลาส่งอีเมลประเภทนี้ต่อ (อันที่จริงคือ ผมไม่ส่งอีเมลประเภทนี้ต่อ)

ถ้ามองในแง่ร้ายแบบสุดๆ (บางส่วน) ของคนที่ส่งต่ออีเมลเหล่านี้ เชื่ออย่างจริงจังในเนื้อหาเหล่านั้น

ถ้าเราสมมติว่า (การเรียนเศรษฐศาสตร์ทำให้เราสมมติเก่งขึ้นมาก) ผู้ที่ส่งต่ออีเมล เชื่อในสิ่งที่ส่งต่อ ก็แปลได้ว่า ผู้ที่ส่งต่อจดหมายเหล่านี้ เชื่อว่า ไมโครซอฟท์จะแจกเงินจริงๆ ฮอตเมลจะยกเลิกจริงๆ (อันที่จริง ผมไม่ได้ใช้ฮอตเมลด้วยซ้ำ) และเด็กน้อยคนนั้นจะได้เงินสิบเซนต์จริงๆ เมื่อคุณส่งต่อไป

โดยส่วนตัวผมเชื่อ (บนพื้นฐานของข้อสมมตินี้) ว่าการยังมีอีเมลแบบนี้วนเวียนอยู่ในระบบ เป็นความน่าเป็นห่วงไม่น้อย (อันนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อของผมอีกอันว่า ข่าวสารเหล่านี้มีความน่ากังขาเกินว่าจะเชื่อได้) ฟอร์เวิร์ดเมลเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนความไม่คิดสงสัยที่มีอยู่ในสังคมไทย

ผมมีความเชื่ออยู่อันหนึ่งว่า สังคมไทย โดยเฉพาะระบบการศึกษาไทยซึ่งทำหน้าที่ปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่ ยังคงมีแนวโน้มที่จะมองความสงสัยในแง่ร้าย มีอคติต่อการตั้งคำถาม

สิ่งที่ผมพยายามทำตอนนี้คือ ฝึกตัวเอง และกระตุ้นคนรอบข้างมาตั้งคำถามด้วยกัน เป็นความบันเทิงของชีวิตครับ

หมายเหตุเพิ่มเติม: ผมมาอ่านอีกรอบแล้วรู้สึกว่า กรณีมันอาจจะสุดโต่งไปหน่อย แน่นอนว่า มันย่อมมีหลายเหตุผลที่คนๆ หนึ่งจะส่งต่อข้อมูลที่ได้รับ ในบลอกนี้ผมเพียงแต่มองบนสมมติฐานอันหนึ่งเท่านั้ย

Published in Society

5 Comments

  1. ginnie ginnie

    ไม่ส่งต่อเหมือนกัน
    แต่ฟอเวิร์ดบางงเรื่องที่ดีๆ แล้วเขียนว่า ให้ส่งต่อกี่คนๆ

    จะลบส่วนนั้นออกแล้วส่งต่อ -.-

  2. อืม

    บางเรื่องฅนอ่านก็ไม่มีความรู้จริง ๆ ครับ

    อย่างเื่รื่องเก็บเงิน หรือเรื่องส่งต่อแล้วจะได้กี่เซนต์ ๆ

    บางทีเราก็นึกว่ามันจะมีโปรแกรมที่ใช้ตรวจจับได้

    (อิ๊กยังเคยแนะนำเว็บที่เวลาเข้าไปเล่นแล้วเค้าจะบริจาคทีุ่ทุกครั้งที่ฅนเข้าไปเลยนี่ครับ)

  3. Chayanin Chayanin

    พี่ก้อน

    ผมก็เข้าใจได้ครับ ผมเองก็เคยคิดว่ามันเป็นไปได้ ในทางเทคนิค

    แต่บางที มันตั้งข้อสงสัยได้มากมาย โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทางเทคนิค

    ถ้าไมโครซอฟท์จะยกเลิกบริการจริงๆ ทำไมจะต้องรอให้มันมาทางฟอร์เวิร์ดเมล ทำไมไมโครซอฟท์ถึงไม่ส่งอีเมลมาเอง และถ้ามีจริง ทำไมมันไม่เป็นข่าว และอื่นๆ

    มีใครเคยได้ยินข่าวบ้างครับ ว่ามีคนได้รับเงินช่วยเหลือจากบริษัทคอมพิวเตอร์ ลองคิดดูว่า คนแรกที่ต้องอยากให้สาธารณชนรับรู้ ก็ต้องเป็นบริษัทที่บริจาคเงินให้อยู่แล้ว

    การที่มันวนเวียนอยู่ได้เป็นสิบปีเนี่ย ผมว่ามันรุนแรงอยู่นะครับ

  4. Dear Dear

    สวัสดีครับ เผอิญได้เข้ามาอ่าน

    ดูแล้ว ป่าน จะมีแนวคิดที่ดีมากเลยนะ ตั้งข้อสังเกตกับสิ่งรอบข้างได้ดีจัง
    ชื่นชมๆ

    สำหรับเราก็เป็นคน ฟอร์เวิร์ดเมล บ่อย(ตามกระแส) ไม่ได้มากมายอะไร
    อย่างที่ยกตัวอย่างมา ก็มักจะไม่ใช่ เรามองภาพว่า ในบางครั้งการ ฟอร์เวิร์ดเมล
    มันก็คล้ายกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนนึงด้วยนะ (แต่ในชีวิตจริง คงไม่มีเมลฟอร์เวิร์ด ใดๆ ที่พอจะเข้าข่าย)

  5. Chayanin Chayanin

    @Dear จริงๆ แล้ว การส่งต่ออีเมลเหล่านี้ อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ได้เลยจริงๆ เพราะฟอร์เวิร์ดเมลหลายอันก็มีงานสร้างสรรค์อยู่ (อย่างงานเขียนหรือรูปถ่าย)

Comments are closed.