Skip to content →

ไลเซนส์สิ่งแวดล้อม

เอนทรีนี้ เป็นเอนทรีที่ไม่ได้วางแผนจะเขียนอะไรเลยครับ เพิ่งเจอมาสดๆ ร้อนๆ แล้วก็หยิบมาเขียนเลยทีเดียว

เรื่องของเรื่องคือ ผมเพิ่งค้นในกูเกิล หาซอฟต์แวร์ดิกชันนารีภาษาอังกฤษครับ แล้วผมก็เจอเว็บไซต์นี้ ซึ่งก็เป็นเว็บไซต์ของซอฟต์แวร์ซึ่งอนุญาตให้ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี โดยมีข้อแม้ว่า เราจะต้องเข้าตามเงื่อนไขไลเซนส์ของเขา

ผมก็ลองเปิดไปดูครับ ทีแรกก็คิดว่าคงเหมือนทั่วๆ ไป ว่าจะต้องเป็นนันคอมเมอร์เชียลอะไรแบบนี้ ปรากฏว่า ผิดคาดครับ

(ดูที่นี่) ประโยคแรกของไลเซนส์ ว่าไว้อย่างนี้ครับ

WordWeb free version may be used indefinitely only by people who take at most two commercial flights (not more than one return flight) in any 12 month period.

งงหรือเปล่าครับ?

ทีแรกผมก็คิดว่า ซอฟต์แวร์นี้ มันเกี่ยวกับการใช้บนเครื่องบินเหรอ หรือว่าอะไร แต่เมื่อกี้อ่านก็ไม่มีนี่หว่า อ่านต่ิอๆ ไป ถึงได้เข้าใจ เรื่องของเรื่องก็คือว่า การบินเนี่ย มันปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามาก (สิ่งแวดล้อมนั่นแหละครับ) เขาก็เลยถือว่า คนที่มีปัญญาขึ้นเครื่องบินปีละมากกว่าสองเที่ยวเนี่ย ก็ควรจะมีปัญญาซื้อซอฟต์แวร์เองด้วย ถ้าเปิดอ่านต่อไป เขายังบอกต่ออีกว่า ที่ทำเนี่ย อาจจะฟังดูงี่เง่า แต่ว่าก็ได้สะท้อนถึงราคาที่ต่ำเกินจริงของตั๋วเครื่องบิน เพราะทุกครั้งเวลาที่คุณบิน คุณไม่ได้จ่ายต้นทุนที่สิ่งแวดล้อมรับ ซึ่งก็คือต้นทุนของคนอื่น ในทางเศรษฐศาสตร์ ก็คือมันเป็นผลกระทบภายนอกทางลบ ที่นำไปสู่ภาวะล้มเหลวของตลาด ดังนั้นซอฟต์แวร์นี้ก็เลยพยายามที่จะเพิ่มต้นทุนของการบิน เพื่อที่จะแก้ไขความไม่สมบูรณ์ตรงนี้ และถ้าในอนาคตราคาค่าบินปรับขึ้นสะท้อนกับต้นทุนทั้งหมดแล้ว ทางเขาก็จะเปลี่ยนรูปแบบไลเซนส์ให้เป็นโมเดลเศรษฐศาสตร์ที่สมเหตุสมผลยิ่งขึ้น

แรกสุดที่เห็นเนี่ย ผมขำครับ เพราะมันเป็นรูปแบบไลเซนส์ที่ยังไงก็ไม่น่าเป็นจริงในทางปฏิบัติแน่นอน (คือยังไงก็บังคับใช้ไม่ได้) แต่พออ่านๆ ไป คิดๆ ไปแล้ว ผมว่าจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องไร้สาระเสียทีเดียวนะครับ เพราะรูปแบบไลเซนส์บางอันในปัจจุบัน ก็ไม่ใช่ว่าจะตรวจสอบง่ายอะไร เดี๋ยวนี้ ใครๆ ก็เซฟรูปจากอินเตอร์เน็ตมาใช้ได้ ทั้งที่ทุกรูปมีลิขสิทธิ์ ซึ่ีงก็ไม่ได้แปลว่าลิขสิทธิ์ของงานสร้างสรรค์บนอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องงี่เง่า อันนี้ก็เช่นกัน ถึงใครๆ จะเอาโปรแกรมมาใช้ได้ และเจ้าของก็คงไม่มาตรวจสอบแน่นอนว่า พวกคนที่เอาไปใช้ ตรงตามเงื่อนไขของเขาหรือเปล่า แต่มันก็อยู่ที่ตัวคนนำไปใช้เองด้วย (เหมือนกับที่หลายคนก็ไม่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วไป ทั้งที่ก็คงไม่ได้ถูกตรวจเจอ)

ผมเชื่อว่า ลองออกรูปแบบไลเซนส์มาแบบนี้แล้ว เขาก็ึคงไม่ได้หวังว่า จะทำเงินจากการขายเท่าไหร่ (คนที่ซื้อก็อาจจะเป็น คนที่สนับสนุน อยากบริจาค ก็เป็นได้) แต่ก็เพิ่ม awareness ให้กับสังคมบ้าง ไม่มากก็น้อย ถึงจะเป็นอะไรที่ดูเพ้อฝัน แต่ก็ทำให้โลกนี้ดูน่าอยู่ขึ้นครับ

Published in Society

2 Comments

  1. น่าสนใจดีครับ

    กำลังคิดว่า ถ้าการลงทุนใด ๆ ก็ตาม มีการรวมเอาต้นทุนของสิ่งแวดล้อมลงไปด้วย คงจะดีไม่น้อย (เค้าเรียกภาษีสิ่งแวดล้อมใช่ป่ะ?)

    ว่าแต่ว่า ในความคิดของป่าน คิดว่าการลงทุนในเรื่องอะไรที่ช่วยเหลือสภาพแวดล้อมได้ตรงจุดมากที่สุดครับ?

  2. ทำไมมันคอมเมนท์ไม่ติดอ่ะครับ?

Comments are closed.