Stop Cyber Censorship. Protect Online Free Speech.

Stop Cyber Censorship. Protect Online Free Speech

เนื่องในโอกาสที่ Reporters Without Borders (Reporters sans frontières) จะให้วันที่ 12 มีนาคม เป็น World Day Against Censorship ก็อยากจะเขียนหนึ่งบทความเล็กๆ สักหนึ่งบทความ

เสรีภาพในการแสดงออกกับสังคมประชาธิปไตย

หากมนุษยชาติทั้งหมดยกเว้นคนคนหนึ่งมีความคิดเห็นอย่างหนึ่ง และคนคนเดียวนั้นมีความเห็นในทางตรงกันข้าม มนุษยชาติก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะทำให้คนนั้นเงียบเสียงลงมากไปกว่าการที่คนคนนั้น หากเขามีอำนาจ มีความชอบธรรมที่จะทำให้มนุษยชาติเงียบเสียงลง

จอห์น สจวร์ต มิลล์ว่าด้วยเสรีภาพ

ผมเองไม่ใช่นักรัฐศาสตร์ ไม่เคยศึกษารัฐศาสตร์อย่างจริงจัง และก็จำทฤษฎีประชาธิปไตยของใครต่อใครไม่ค่อยได้ แต่ในความคิดของผม เสรีภาพในการแสดงออก เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในประชาธิปไตย และก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่า ประชาธิปไตยที่ไม่มีเสรีภาพในการแสดงออก จะกลายเป็นประชาธิปไตยแบบไหนกัน

หลักการสำคัญของประชาธิปไตยคือประชาชนมีอำนาจในการตัดสินใจ และลำพังอำนาจในการตัดสินใจนั้นก็ยังไม่เพียงพอ หากข้อมูลข่าวสารความรู้และความคิดต่างๆ ไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างเสรี

นึกภาพการเลือกตั้ง ที่เราอนุญาตให้มีฝ่ายเดียวที่สามารถพูดโน้มน้าวหาเสียงให้กับตัวเอง ในขณะที่ฝ่ายอื่นถูกบังคับให้ปิดปากเงียบ เราจะเรียกภาวะเช่นนั้นว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

หากเราต้องการให้สาธารณะร่วมกันตัดสินใจในประเด็นสักประเด็นหนึ่ง มันจะมีความหมายอะไร ถ้ามีฝ่ายเดียวที่คอยยกย่องความคิดตัวเอง โจมตีความคิดตรงข้าม ในฝ่ายอื่นถูกปิดปากไว้ไม่ให้พูด

กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานอย่างเครื่องจีที 200 ถ้าไม่มีเสรีภาพในการคิด ไม่มีเสรีภาพในการแสดงออก เราจะได้ผลลัพธ์เช่นนี้มาหรือ ลองคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากคำโจมตีให้ร้ายเครื่องมือราคาแพงกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่มีใครสามารถออกมาตั้งข้อสงสัยมันได้ ใครที่กล้าออกมาบอกว่าเครื่องมือนี้ลวงโลกจะต้องถูกลงโทษ ถ้าอยู่ภายใต้สถานการณ์อย่างนั้นแล้ว ถึงรัฐบาลจะยอมจัดประชามติทั้งประเทศถามว่าควรจะใช้เครื่องมือนี้หรือไม่ เราจะได้ผลแบบไหนกัน

แน่นอนว่ามันอาจมีข้อจำกัด และการแสวงหาเส้นแบ่งของสิ่งที่อาจถูกจำกัดอย่างการยุยงให้เกิดความเกลียดชัง อาจลำบากและพร่ามัวในบางครั้ง การจำกัดใดๆ ที่อาจมี จึงต้องมีหลักเกณฑ์เหตุผลที่ชัดเจน ทำอย่างจำกัดและระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

จุดประสงค์เดียว ที่จะสามารถใช้อำนาจอย่างชอบธรรมเหนือสมาชิกคนใดในสังคมอารยะโดยขัดกับความมุ่งหมายของเขา คือการป้องกันอันตรายต่อผู้อื่น

– จอห์น สจวร์ต มิลล์, ว่าด้วยเสรีภาพ

เสรีภาพในการแสดงออก อินเทอร์เน็ต และการปิดกั้น

ผู้ที่มีอำนาจไม่ชอบอินเทอร์เน็ต

ปรากฏการณ์นี้อธิบายไม่ยากเลย ในเมื่ออินเทอร์เน็ตคือสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกเขา อินเทอร์เน็ตคือสื่อที่ลดกำแพงจากการส่งสารแบบเดิมๆ อินเทอร์เน็ตคือสื่อที่ทำให้ใครต่อใครสามารถส่งต่อความรู้ความคิดของตัวเองได้ด้วยต้นทุนต่ำกว่าสื่อแบบเดิมๆ

การมีเครื่องคอมพิวเตอร์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อาจจะยังแพงกว่าการอ่านหนังสือพิมพ์ การฟังวิทยุ และอาจจะรวมถึงการดูโทรทัศน์ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้ิอมของหมู่คนจำนวนไม่น้อย และไม่มีสื่อใดที่กล่าวมาในประโยคข้างต้น ที่คนตัวเล็กๆ สามารถส่งสารออกไปให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เป็นสื่อที่ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ต้องมีการขึ้นทะเบียน ขออนุญาตมากมาย แต่การแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ด การเปิดบล็อกแสดงความคิดเห็นสักอัน หรือเว็บไซต์เล็กๆ สักแห่ง ไม่ได้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นมาสูงเลย อินเทอร์เน็ตจึงทำให้เราได้พูดมากขึ้น และได้ฟังใครต่อใครที่ไม่ใช่เพียงคนตัวใหญ่ๆ ไม่กี่คนอีกต่อไป

แน่นอน การที่ใครต่อใครก็สามารถพูดได้ โดยที่พวกเขาควบคุมไม่ได้ ย่อมเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ

อินเทอร์เน็ตจึงพยายามถูกทำให้เป็นแพะรับบาป เป็นปิศาจร้าย ผ่านข้ออ้างต่างๆ นานา ที่เราเองก็ได้ยินกันอยู่ทุกวัน เพื่อจะได้ดูมีความชอบธรรมเวลาที่พวกเขาต้องการเข้ามาควบคุมอินเทอร์เน็ตให้เป็นอย่างที่ต้องการ พวกเขาในที่นี้ไม่ใช่เพียงผู้กุมอำนาจรัฐหรืออำนาจทางการเมือง แต่ยังรวมไปถึงผู้กุมอำนาจทางศีลธรรมทั้งหลาย และผู้ที่กุมอำนาจในการนำเสนอข่าวสารด้วย

ปกป้องอินเทอร์เน็ต ปกป้องเสรีสารสนเทศ ปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกของเรา

พวกเขาเพิกเฉยเราไม่ได้ และพวกเขาก็หยุดเราไม่ได้ด้วย ขอบคุณพระเจ้าสำหรับอินเทอร์เน็ต หรือไม่เช่นนั้นเราคงไม่รู้อะไรเลย และเราคงกลายเป็นรัฐฟาสซิสต์ไปแล้ว

ซินดี ชีแฮน

2010-03-12 by chayanin
Categories: Society | Tags: , , , , | 2 comments

Comments (2)

  1. อ่านแล้วสงสัยว่า

    ป่านคิดอย่างไร กับกฎหมายหมิ่นประมาท และความผิดอาญาฐานปลุกปั่น/ยั่วยุมวลชนให้เกิดความรุนแรง

    เป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกหรือเปล่า?

    • ผมว่าผมก็เขียนไปแล้วนะ